ทำงานกันมาเหนื่อยๆ หรือ แชทกันตาลาย ลองมาพักสายตากันบ้างดีกว่าวันนี้ bkkclub.net มีภาพสวยๆจากหลายๆสถานที่ทั่วโลกมาให้เพื่อนๆได้ชมกันเพื่อความเพลิดเพลินหรืออาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆได้ลองออกไปเปิดหูเปิดตาในต่างแดนและขอบอกแต่ละที่สวยๆทั้งนั้น โดย bkkclub.net จะพยายามหาข้อมูลประกอบมาให้เพื่อนได้อ่าน นอกจากจะรูปสวยๆ ติดตามกันไปเรื่อยๆ เรามีมาให้ชมกันแน่นอน 

1. Aogashima Volcano ประเทศญี่ปุ่น

100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกตอนที่ 1

 

100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกตอนที่ 1 n

ข้อมูลที่น่าสนใจของ  Aogashima Volcano ประเทศญี่ปุ่น

เกาะอาโอกะ (Aogashima : 青ヶ島) นั้นมีลักษณะเป็นเกาะภูเขาไฟซ้อนภูเขาไฟอีกทีหนึ่ง อยู่ในหมู่เกาะอิซุ (Izushotou : 伊豆諸島) ในน่านน้ำทะเลฟิลิปปินส์ มหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากโตเกียวไปทางตอนใต้ประมาณ 358 กิโลเมตร เกาะอาโอกะนั้นเป็นส่วนหนึ่งในเขตการปกครองของโตเกียว มีประชากร 195 คน (ปี 2012) และอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮาโกะเน-อิซุ (Fuji-Hakone-Izu National Park : 富士箱根伊豆国立公園) ถูกจัดว่าเป็นภูเขาไฟแรงค์ C โดยกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น

เกาะอาโอกะนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 กิโลเมตร และยังคงมีปากปล่องภูเขาไฟอยู่ ประชากรทั้งหมดนั้นอาศัยรวมกันอยู่บนพื้นที่เล็กๆของเกาะซึ่งเป็นบริเวณที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด บนเกาะนั้นยังมีโรงเรียนและที่ทำการไปรษณีย์แค่แห่งเดียว แต่อุดมไปด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆมากมาย สำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมผาดโผนก็มีการปีนเขาและการตั้งแคมป์คอยรองรับอยู่ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนให้แช่กลางเกาะภูเขาไฟสำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติอีกด้วย และกิจกรรมที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ การดำน้ำ เพราะน้ำทะเลรอบๆเกาะนั้นใสและสะอาดมาก

เกาะอาโอกะนั้นเป็นภูเขาไฟในยุคโบราณที่ผู้คนต่างรู้จักกันดี 3000 ปีก่อนเกิดการปะทุครั้งใหญ่ทำให้ทั้วทั้งเกาะถูกปกคลุมไปด้วยขี้เถ้าภูเขาไฟ หลังจากนั้น (2400 ปีก่อน) ปากปล่องภูเขาไฟทางตะวันออกเฉียงใต้ก็ค่อยๆถูกกลบด้วยหินลาวาที่ปะทุออกมา มีบันทึกไว้ว่าภูเขาไฟได้ระเบิดอีกครั้งในสมัยเอโดะ ปี 1652 และปะทุครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนเมษายน 1785 แล้วสร้างความเสียหายต่อเนื่องถึงปลายเดือนพฤษภาคม ในเวลานั้นมีผู้เสียชีวิต 130-140 ราย และอีก 327 คนได้อพยบไปยังเกาะฮาจิโจ (Hachijoshima : 八丈島) ที่อยู่ทางตอนเหนือ หลังจากนั้นก็กลายเป็นเกาะร้างไปประมาณ 40 ปี ก่อนที่ผู้คนจะอพยบกลับเข้าไปอาศัยอีกครั้งในปี 1824

คำว่าสีน้ำเงินในชื่อของเกาะนั้นมีที่มาจาก เมื่อมองมาจากเกาะฮาจิโจแล้ว จะเห็นเกาะอาโอกะเป็นสีน้ำเงินๆนั่นเอง ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของเกาะนี้คือเป็นเกาะที่เคยจมลงใต้น้ำแล้วกลับโผล่ขึ้นมาอีกรอบ และยังมีความเชื่อว่าถ้าชายหญิงขึ้นไปอาศัยอยู่ร่วมกันจะโดนเทพเจ้าลงโทษ ในสมัยหนึ่งจึงมีกฎห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นเกาะอาโอกะเลย

การเดินทางไปเกาะนั้นไม่ยังสะดวกมากนัก ทำได้เพียงสองทางคือนั่งเรือเฟอร์รี่และเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ เกาะอาโอกะยังเป็นเกาะภูเขาไฟ ที่อาจเกิดการปะทุขึ้นได้อี

 

ข้อมูลประกอบจาก anngle.org

Comments