thaihealth_c_adgkopxy1478

 

ดวงตาของเรานั้น ไม่เพียงมีหน้าที่สำคัญในการมอง หรือรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว แต่ยังสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพกาย และสุขภาพใจ ได้อีกด้วย ดังนั้นสุขภาพตา จึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งเราควรตระหนัก ไม่ใช่ทำร้ายดวงตาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ตั้งใจ เช่น ต้องนั่งจดจ่ออยู่กับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน หรือใส่คอนแทคเลนส์สีสันต่าง ๆ ตามแฟชั่น ซึ่งอาจจะส่งผลร้ายต่อดวงตาได้

–  ดวงตามีความอ่อนโยนและบอบบาง จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ถ้าอยากให้ดวงตาดูสดใสและมีเสน่ห์ ลองนำวิธีถนอมดวงตาแบบง่าย ๆ ดังที่จะกล่าวนี้ มาปฏิบัติกัน

–  ควรใช้สายตาในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และหลีกเลียงการเพ่งมองเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตาได้ ควรสวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่อยู่ในที่มีแสงจ้า

–  ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือสกปรกขยี้ตา หรือใช้ของใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น กรณีที่ต้องใช้สายตานาน ๆ เช่น อ่านหนังสือ

–  ควรหาช่วงพักผ่อนสายตา ด้วยการทอดสายตาออกไปไกล ๆ หรือมองต้นไม้สีเขียวบ้าง

–  ควรนอนอย่างเพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพราะเป็นการพักผ่อนสายตาที่ดี

–  สำหรับการแต่งหน้า อาจทำให้เกิดถุงใต้ตาและรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายจากแรงกด จึงควรหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติบำรุงผิวหน้าและผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ การเลือกเนื้อครีมที่บางเบา ไม่มีสารก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

–  กรณีดวงตาเกิดอาการบวมแดง หรือดูอิดโรยไม่สดใส ให้ใช้สำลีชุบน้ำเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง มาวางไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น

– ควรบริหารดวงตา โดยกรอกลูกตาไปมาเป็นวงกลม เริ่มจากตามเข็มนาฬิกาครบหนึ่งรอบ แล้วกรอกทวนเข็มนาฬิกา ทำอย่างนี้ซ้ำ ๆ กัน วันละ 2 – 3 ครั้ง หรือนอนหงาย หรือนั่งหลับตาสักพัก แล้วใช้แตงกวาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ นำมาแปะไว้บนเปลือกตาทั้งสองข้าง เมื่อลืมตาขึ้นมาจะทำให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวาขึ้น

นอกจากนี้ “อาหาร” ยังมีส่วนช่วยถนอมดวงตาให้มีสุขภาพดีได้ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ส่วนอาหารที่มีสารแอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินเอ จะช่วยให้ดวงตามีสุขภาพที่แข็งแรง เสริมประสิทธิภาพในการมองเห็น วิตามินซีและวิตามินอี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยป้องกันภาวะเสื่อมของดวงตา อีกทั้งหากเราใส่ใจและถนอมดวงตาอย่างถูกวิธี จะสามารถชะลอความเสื่อม และทำให้ดวงตายังคงเปล่งประกายสวยสดใส และมีสุขภาพที่ดีไปได้อีกนาน

 

 

ที่มา: .thaihealth.or.th

Comments