คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้ !

เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณโอ้ละหนอ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม 

ทาสแมวทั้งหลายที่เลี้ยงแมวราวกับเป็นลูกรัก แล้วจู่ ๆ วันหนึ่งเกิดจับพลัดจับผลูมีคนชื่นชอบในความน่ารักของน้องแมวมากมาย จนโด่งดังกลายเป็นเซเลบขึ้นมา อาจทำให้คุณเผลอเลี้ยงแมวอย่างผิดวิธีด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ วันนี้เรามีความรู้ดี ๆ ในการเลี้ยงแมวเซเลบ ที่อ้างอิงจากหลักวิชาการ โดย คุณโอ้ละหนอ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝากไว้ให้ทาสแมวได้ศึกษากันจ้า

คิดจะเลี้ยงแมวเพื่อเป็นเซเลบ อ่านกระทู้นี้สักนิด เรากำลังคิดแทนสัตว์อยู่หรือเปล่า ? โดย คุณโอ้ละหนอ

ช่วงนี้มีแมวที่มีชื่อเสียงหลายเพจและงานพาแมวมาโชว์ตัวชุกขึ้นนะคะ แต่ว่า … การโชว์ตัวหรือพาแมวออกไปข้างนอกเหมาะกับแมวจริงหรือ ?

การพาแมวไปในที่ ๆ มีคนแออัดจะทำให้แมวเกิดความเครียดอย่างมากค่ะ แต่จะทราบได้อย่างไร ? ทำไมถึงเครียด ? เรากำลังคิดแทนแมวหรือเปล่า ? แล้วจะเกิดอะไรกับแมวในระยะยาวบ้าง ? บทความนี้จะอธิบายให้คุณฟังโดยอ้างอิงข้อมูลทางชีววิทยา และงานวิจัยทางพฤติกรรมสัตว์ค่ะ

หมายเหตุ

1. ดิฉันเขียนบทความนี้เนื่องจากเชื่อว่าการเลี้ยงสัตว์ คือการปรับตัวเข้าหากันของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง คุณสามารถฝึกแมวหรือจัดสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับวิถีชีวิตของคุณได้ ขอแค่การปรับนั้นไม่ทำให้สุขภาพของสัตว์เลี้ยงเสีย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสัตว์เลี้ยง เช่น ถ้าบ้านคุณติดถนนใหญ่ การเลี้ยงระบบปิดอาจจะดีกับแมวของคุณ แต่ขอให้จัดสภาวะแวดล้อมในบ้านของคุณตามธรรมชาติแมวเพื่อให้เครียดน้อยที่สุดค่ะ

2. แมวของคุณอาจมีพฤติกรรมไม่เหมือนตามบทความนี้ เช่น มีนิสัยนอนกลางคืน ตื่นกลางวันตามคน ไม่ใช่สัตว์นักล่า ขอชี้แจงว่า พฤติกรรมของแมวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ เช่น นิสัยของแมว ประสบการณ์ การเลี้ยงดูจากเจ้าของ และผลงานวิจัยไม่ได้แสดงว่าแมวแต่ละตัวเป็นแบบนั้น แต่จะแสดงว่าแมวส่วนมากมีแนวโน้มที่จะเป็นแบบนั้น

ยกตัวอย่างนะคะ เด็กไทยส่วนมากนอนกลางคืน ตื่นกลางวัน แต่เด็กที่ครอบครัวต้องตื่นกลางคืน เช่น เด็กขายพวงมาลัยบางคนก็นอนกลางวัน ตื่นกลางคืนนี่คะ แต่ถามว่าถ้าเด็กคนนั้นไม่ถูกฝึกให้ต้องตื่นกลางคืน คุณว่าตามธรรมชาติเค้าจะเป็นแบบไหน ? เด็กคนนั้นในประเทศไทยมีกี่เปอร์เซ็นต์ ?

 บทความนี้มุ่งหวังที่จะเสนอข้อมูลเพื่อให้เจ้าของเอาไปปรับใช้เพื่อประโยชน์ของสัตว์เลี้ยงค่ะ และขออภัยหากทำให้ใครไม่สบายใจนะคะ

1. อันที่จริงแล้วแมวไม่ใช่สัตว์สังคมแมวไม่ใช่สัตว์ที่หากินเป็นฝูงเหมือนสุนัข ตามธรรมชาติแล้วแมวไม่ใช่สัตว์สังคม งานวิจัยพบแมวบางตัวจะมีอาการเครียดเมื่อถูกเจ้าของลูบบ่อย ๆ หรือเข้าหาบ่อย มากกว่าบ้านที่เจ้าของไม่ค่อยเข้าหา

ไม่เฉพาะเรื่องปฎิสัมพันธ์กับคน ยังมีงานที่ชี้ว่าบ้านที่มีแมวหลายตัว แมวโตจะเครียดมากกว่าบ้านที่มีแมวตัวเดียวค่ะ ถึงแม้แมวจะดูสงบและรักกันดี นักวิจัยงานนี้คาดว่าระบบสังคมของกลุ่มแมวน่าจะออกแนวปรับตัวให้ทนอยู่ร่วมกันได้มากกว่า แม้แมวจะนิสัยต่างกันไป แต่อย่าคิดว่าการพาไปสังคมกับกลุ่มคนแปลกหน้าแล้วแมวทุกตัวจะชอบนะคะ

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

ภาพประกอบ กราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฮอร์โมนที่แสดงความเครียดจากอึแมว (GCM = Fecal glucocorticoid metabolites) กับจำนวนแมวในบ้าน แปรตามกราฟคือแมวอายุน้อยกว่า 2 ปีอยู่ตัวเดียวจะเครียดมากกว่าอยู่หลายตัว แต่แมวอายุมากกว่า 2 ปี อยู่หลายตัวจะเครียดกว่าอยู่ตัวเดียว ถ้าแปรตามกราฟคือแมวอายุน้อยกว่า 2 ปีอยู่ตัวเดียวจะเครียดมากกว่าอยู่หลายตัว แต่แมวอายุมากกว่า 2 ปี อยู่หลายตัวจะเครียดกว่าอยู่ตัวเดียว

2. การพาแมวออกไปข้างนอกถือเป็นการกวนธรรมชาติการนอน

แมวนอนวันละ 15-20 ชั่วโมงต่อวันค่ะ และส่วนมากจะนอนช่วงกลางวันแอคทีฟช่วงใกล้รุ่งหรือหัวค่ำ สาเหตุเพราะธรรมชาติของแมวคือนักล่า จึงนอนกลางวัน ล่าเหยื่อตอนกลางคืน สัตว์นักล่าจะมีแนวโน้มที่ใช้เวลานอนมากกว่าผู้ถูกล่า เพื่อลดเวลาการล่าอาหาร สงวนปริมาณอาหารไว้ในห่วงโซ่อาหาร

หากคิดว่าออกงานตอนกลางวันไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวก็ได้นอนแล้วลองย้อนกลับไปคิดใหม่ว่าแมวใช้เวลาเตรียมตัวนานเท่าไหร่ใช้เวลาบนท้องถนนในกระเป๋าแคบ ๆ บนรถ ไม่ได้อึ ไม่ได้ฉี่นานเท่าไหร่ ?

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

ภาพประกอบ แมวที่คุณคิดว่าหลับขณะโชว์ตัวอาจจะหลับตาเฉย ๆ หรืออยู่ในช่วงหลับตื้น (Non-Rem sleep) ถึงตาปิดแต่กล้ามเนื้อยังเกร็งอยู่พร้อมหนีหากถูกกกวน


คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

แมวหลับสนิท (Rem sleep) จะนอนตัวอ่อน อาจมีอาการละเมอขยับอุ้งเท้าหรือหนวด

3. การพบกลุ่มแฟนคลับส่งผลต่อแมวหรือไม่ ?

ไม่พบงานวิจัยว่าแสงแฟลชจะทำอันตรายกับตาแมวแต่แมวรับรู้แสงแฟลชได้ค่ะจึงอาจทำให้ตกใจและเครียดได้ นอกจากนี้เสียงจากกลุ่มคนอาจทำให้แมวผวา

สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้แมวเครียด 

 แมวเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตแบบกิจวัตร วันนี้อยู่บ้าน กินข้าวตอน 9โมง อึตอน 10 โมง ทาสเก็บอึตอนเที่ยง พรุ่งนี้มีงาน กินข้าวก่อนไป 8 โมง ไม่ได้อึหรือไปอึที่งานตอนเที่ยง การไปรบกวนกิจวัตรแบบนี้อาจทำให้แมวเครียด

 แมวไม่ใช่สัตว์ที่ชอบเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ถึงจะดูเป็นสัตว์ชอบเที่ยวแต่แมวก็มีอาณาเขตที่มันคุ้นเคย การหิ้วแมวขึ้นรถแล้วพาไปหย่อนลงสถานที่ใหม่ เจอกลุ่มคนแปลกหน้า เสียงดังไม่ได้ทำให้แมวสนุกหรือตื่นเต้นเหมือนหมา

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

 แมวไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกขัง ถ้าไม่ได้ฝึกตั้งแต่เด็ก ไม่มีแมวตัวไหนยอมให้ใส่สายจูง หรือใส่กระเป๋า หรือแม้แต่ยอมให้เจ้าของกอดหรอกค่ะ การอุ้มแมวเพื่อให้แฟนคลับถ่ายรูป หรืออุ้มแมวไปงานที่มีคนเยอะ ๆ ซึ่งเป็นลักษณะการขังแมวลักษณะหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้ภาพแมวปีนหัวคนอุ้ม หรือทำหน้าตื่นกลัว ตีนกาง

จะทราบได้อย่างไรว่าแมวเครียดลักษณะเบื้องต้น เช่น

 แสดงพฤติกรรมสร้างอาณาเขต เช่น พ่นฉี่ ข่วนสร้างรอย
 ร้องโวยวาย
 เลียขนมาก (Overgrooming) จนอาจเห็นกระจุกขนร่วง หรือถ้าเครียดเรื้อรัง ไม่เลียขน ไม่แต่งตัว อาจจะไม่เลียขนแมวตัวอื่นในบ้าน
 พฤติกรรมการกินผิดปรกติ เช่น กินน้อยลงหรือกินมากกว่าปรกติ
 ไม่เล่น เข้าหาเจ้าของหรือสมาชิกในบ้านตัวอื่นๆน้อยลง
 หลับน้อยลง ตื่นมากขึ้น อาจใช้เวลาเดินไปเดินมาสำรวจมากขึ้น
 พยายามซ่อนตัว

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

ภาพประกอบ เป็นอาการขนร่วงจากการเลียตัวมากเกินไป โดยมีสาเหตุจากปัญหาทางจิต (Psychogenic Alopecia) 

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

ลักษณะที่จะบอกว่าแมวกำลังกลัวหรือเริ่มก้าวร้าว คือ การแสดงออกทางสีหน้า กับลักษณะท่าทางคนที่เลี้ยงแมวหรือคลุกคลีกับแมวนานพอจะสังเกตได้ว่าแมวอยู่ในอารมณ์ไหน

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

แถมของหมา

ถ้าแมวเครียดเรื้อรังจะเป็นอย่างไร

แมวเครียดก็เหมือนคนเครียดค่ะ คือ ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นโรคง่าย มีโรคเรื้อรัง อาจจะเป็นหวัดบ่อย ตาเจ็บบ่อย ฯลฯ ร่วมกับการกินอาหารน้อย การนอนผิดปรกติ จะทำให้เกิดโรคง่ายขึ้น ระบบสืบพันธุ์ผิดปรกติ ผสมติดยากขึ้น คลอดลูกออกมาไม่สมบูรณ์ ระบบขับถ่ายปัสสาวะผิดปรกติ ที่แย่กว่าคือ คนสามารถลดอาการเครียดหรือเดินไปหาหมอด้วยตัวเอง แต่แมวทำไม่ได้

สิ่งแวดล้อมแสนสบายสำหรับแมวควรเป็นแบบไหน?

บ้านที่ดีสำหรับแมวมี 5 องค์ประกอบค่ะ


คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

1. เป็นที่ที่แมวคิดว่าปลอดภัย มีที่ให้หลบไปปลีกวิเวก พักอย่างเป็นส่วนตัว แมวไม่ใช่ปลาทองในโหลแก้ว ควรมีกล่องหรือซอกมุมให้แมวปลีกวิเวกบ้าง

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

2. มีที่สำหรับกินอาหาร น้ำ ของเล่น ที่ลับเล็บ ที่นอน ที่เป็นสัดส่วน สงบ และเป็นส่วนตัว

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

3. เปิดโอกาสให้แมวได้เล่น และแสดงพฤติกรรมการล่าเหยื่อ

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

4. สมาชิกในบ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแมว การปฏิสัมพันธ์เป็นไปแบบที่แมวจะคาดเดาได้ เช่น ไม่ทำเสียงดังให้แมวผวา มีการให้อาหาร ทำความสะอาดเป็นกิจวัตร รูปประกอบ ท่าทางความเป็นมิตรของแมวแสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างแมวและคนเป็นไปด้วยดี

คิดจะเลี้ยงแมวให้เป็นเซเลบ ควรอ่านทางนี้

5. เนื่องจากแมวใช้กลิ่นและฟีโรโมนในการแสดงอาณาเขตและสื่อสาร บ้านที่ดีจึงเป็นสถานทีที่ยอมให้แมวทิ้งกลิ่นเพื่อสื่อสารกับสมาชิกอื่น และทำอาณาเขตได้ ตามตำแหน่งที่แมวปล่อยฟีโรโมน และการทิ้งฟีโรโมนประกาศอาณาเขต

รักจะให้สัตว์เลี้ยงเป็นดารามหาชน หรือคิดจะเลี้ยงแมวสำหรับแคทคาเฟ่ คิดให้ดี ๆ นะคะว่าคุ้มหรือไม่ ? ตารางการทำงานฝืนธรรมชาติแมวหรือเปล่า ? ส่วนผู้ที่จะเข้าไปชื่นชมอ่านแล้วอยากให้ฎิบัติตัวโดยคำนึงถึงสุขภาพแมวเป็นหลักดีกว่านะคะ

 กระทู้นี้เขียนขึ้นมาเนื่องจากดิฉันเห็นว่าเราเริ่มจะมีการละเมิดสิทธิของสัตว์กันด้วยเหตุผลที่อ้างว่ารัก สัตว์มีสิทธิที่…

 1. Freedom from thirst and hunger – สิทธิที่จะปลอดจากความหิว กระหาย

 2. Freedom from discomfort – สิทธิที่จะปลอดจากความไม่สะดวกสบาย

 3. Freedom from pain, injury, and disease – สิทธิที่จะปลอดจากความเจ็บปวด บาดเจ็บ และเจ็บป่วย

 4. Freedom to express most normal behavior – สิทธิที่จะได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ

 5. Freedom from fear and distress – สิทธิที่จะปลอดจากความกลัว และความกังวลใจ

การกระทำใดที่คุณคิดว่ากำลังละเมิดสิทธิของสัตว์ ขอให้ลด ละ เลิกเสียเถอะคะ ขอให้รักแมวอย่างสิ่งมีชีวิตร่วมโลก แมวเป็นสิ่งมีชีวิต มีความคิดมีจิตใจไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายภาพหรือตุ๊กตาดิ้นได้เอาไว้สนองความต้องการของตัวเองนะคะ

ทิ้งท้าย … ภาวะที่เราคิดแทนสัตว์ หรือสิ่งของ หรือใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปในสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เราเรียกว่า “Anthropomorphism”

ภาวะนี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ค่ะ และในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะแรงกว่าเดิม อาจมาจากสื่อ หรือการโฆษณาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น ถ้าคุณรักสัตว์ราวกับเจ้าตัวน้อยของคุณ ซื้อเสื้อ แว่นตา ฯลฯ ไปใช้ให้ลูกคุณดูกิ๊บเก๋สิ หรือเจ้าของบางคนให้อาหารที่ตัวเองชอบ เช่น เจ้าของเป็นมังสวิรัติ เลยให้อาหารมังสวิรัติแก่หมา แมว โดยคิดว่าหมา แมวจะเหมือนคนจนลืมธรรมชาติที่แท้จริงของสัตว์

สัตว์เลี้ยงไม่ใช่คน รักเขาอย่างที่เขาเป็นดีกว่าค่ะ

http://pet.kapook.com/

Comments