247_health-2-790x453

รู้จัก ‘ภาวะแพ้อาหารแฝง’

สงสัยไหมว่า ทั้งๆ ที่ดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดิบดี แต่สิวก็ไม่หายสักที และทั้งๆ ที่ลดปริมาณอาหารให้น้อยลง แต่ทำไมกลับอ้วนขึ้น ต้นเหตุของปัญหาเหล่านั้นอาจอยู่ที่ ‘ภาวะแพ้อาหารแฝง’ (Food Intolerance) โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้เราจึงหยิบยกเรื่อง ‘ภาวะแพ้อาหารแฝง’ มาบอกเล่าให้ฟัง เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพที่ยากเกินเยียวยา

อาการแพ้อาหารแฝง
ภาวะแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance) จะแตกต่างกับอาการแพ้อาหารฉับพลัน (Food Allergy) ตรงความเร็วของอาการ โดยมักจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 วัน อาการที่สังเกตง่ายๆ คือ ไม่สบายตัว อ่อนเพลียเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง ปวดเมื่อย สมาธิสั้นอ้วน เป็นสิว ไมเกรน ฯลฯ ซึ่งถ้าสั่งสมไว้มากๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายในระยะยาว เช่น เบาหวาน กระดูกพรุน โลหิตจาง ไทรอยด์เป็นพิษ หลอดเลือดหัวใจมะเร็งลำไส้ และกระเพาะอาหาร เป็นต้น

อาหารยอดฮิตที่กินแล้วแพ้
โบราณว่าไว้ ‘รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง’ เราจึงนำชนิดของอาหารที่ทำให้เกิดภาวะแพ้อาหารแฝงที่พบบ่อยมาให้คุณลองสังเกตของโปรดของคุณดูว่าทำให้เกิดอาการผิดปกติกับสุขภาพร่างกายหรือไม่ ชนิดของอาหารเหล่านั้น ได้แก่ แลกโตสในนม กลูเตนในข้าวสาลี สารปรุงแต่งอาหารต่างๆ เช่น ผงชูรส สารกันบูดในบางรายช็อกโกแลตและเนยแข็งอาจกระตุ้นให้มีอาการปวดหัวและไมเกรน หรือแม้แต่เครื่องดื่ม อย่าง ไวน์แดง อาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง นั่นไม่ได้แปลว่าคุณมีความรัก แต่แปลว่าคุณอยู่ในภาวะแพ้อาหารแฝงแล้วต่างหากล่ะ

20% คือ ปริมาณของผู้ที่มีอาการแพ้อาหารแฝงทั่วโลก

3% คือ ปริมาณของผู้ที่มีอาการแพ้อาหารฉับพลันทั่วโลก

FYI
Food Allergy Test สำหรับใครที่อยากรู้ว่ามีอาการนี้หรือไม่ สามารถรับการตรวจภาวะแพ้อาหารแฝงนี้ได้ ที่โรงพยาบาล หรือศูนย์บริการสุขภาพชั้นนำ เช่น ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ สุขุมวิทซอย 3

Did You Know?
คุณอาจกลับมากินอาหารที่แพ้ได้อีก หลังจากหยุดทานไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน เนื่องจากร่างกายได้ขับสารพิษออกไปจนหมดและปรับสมดุลคงที่แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ต้องผ่านการตรวจและรับรองจากแพทย์เท่านั้น

ที่มา http://www.247freemag.com/

Comments