11

ในที่สุดก็ถึงเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ซึ่งจะมีตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน – 13 กรกฏาคมนี้ โดยจะใช้เวลาการแข่งประมาณหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งเชื่อว่าหลายคนรอเชียร์ทีมโปรดกัน แต่ช้าก่อนมีปัญหาอยู่ว่าถ้าใจพร้อม แต่กายไม่พร้อมนี่สิ ทำไงดี จะต้องมีปัญหาต่อท่านผู้ชมทุกคนแน่จ้า!! เพราะเราต้องถ่างตาเชียร์ บอลโลก 2014 กันตอนกลางคืนดึกๆดื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ว่าวันเดียวจะแข่งเสร็จ แต่เป็นเดือน ซึ่งงานนี้สาธารณสุขเลยฝากความห่วงใยมาให้ประชาชนทุกคนกันค่ะ

กระทรวงสาธารณสุข หวั่นแฟนบอลชาวไทยสุขภาพแย่ช่วงฟุตบอลโลก 2014 แนะวิธีดูแลตนเองด้วยการเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มรสหวาน ไขมันสูง พักผ่อนให้เพียงพอ ควบคู่กับการออกกำลังง่าย ๆ คลายเมื่อยระหว่างชมการแข่งขัน พร้อมย้ำควรชมการแข่งขันฟุตบอลเพื่อความสนุกและการส่งเสริมกีฬาเท่านั้น หลีกเลี่ยงการเล่นพนันบอล

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการเตรียมสุขภาพในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ปีนี้ จะมีการถ่ายทอดสดให้ชมในเวลาดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับพักผ่อน และในการแข่งขันแต่ละครั้งจะมีการถ่ายทอดสดติดต่อกันนานหลายวัน กระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วงสุขภาพประชาชนที่ต้องการดูการแข่งขัน เพราะหากไม่มีการเตรียมตัวที่ดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหาร เป็นเรื่องพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญที่หาก ไม่มีการควบคุมและระมัดในเรื่องดังกล่าวอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม รวมทั้งควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพและสามารถรับชมการแข่งขันได้ตลอดระยะเวลาของการถ่ายทอด แต่สำหรับ บางท่านที่ไม่สามารถชมการแข่งขันได้ทุกคู่ก็ควรเลือกชมเฉพาะคู่พิเศษที่สนใจ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการพักผ่อนไม่เพียงพอได้ และระหว่างการแข่งขันควรมีการนอนพักให้ได้ 6-8 ชั่วโมง แต่กรณีที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ควรหาเวลาในช่วงพักเที่ยงหรือ ช่วงหัวค่ำก่อนการแข่งขันด้วยการงีบหลับ เพราะการนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนแอและทำให้มีโอกาสเป็นหวัดได้ง่าย อีกทั้งยังมีผลต่อฮอร์โมนในร่างกายที่ควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความหิวจนสามารถนำไปสู่โรคอ้วนได้

ทางด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงฟุตบอลโลก ผู้ผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มยี่ห้อต่าง ๆ มีการโฆษณา และจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำให้ประชาชนเกิดกระแสบริโภคนิยม ซึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมส่วนมากเป็นอาหารจำพวกขนมขบเคี้ยวที่มีไขมันสูงและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เป็นอาหารที่ให้พลังงานมากแต่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายน้อยและไม่ดีต่อสุขภาพ อาทิ ป๊อบคอร์นเคลือบเนยและคาราเมล มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบทอด ไก่ทอด ไส้กรอก น้ำอัดลม ชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ เป็นต้น

การดื่มชาเขียวรสน้ำผึ้ง 1 ขวด ขนาด 500 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 250 กิโลแคลอรี คู่กับมันฝรั่งทอดกรอบ 1 ถุงใหญ่ ขนาด 57 กรัม ให้พลังงาน 320 กิโลแคลอรี ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานทั้งหมดถึง 570 กิโลแคลอรี

การดื่มน้ำอัดลม 1 ขวด ขนาด 500 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 200 กิโลแคลอรี คู่กับไส้กรอก 1 ถุง ขนาด 150 กรัม ให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี ร่างกายจะได้รับพลังงานทั้งหมดถึง 700 กิโลแคลอรี

นอกจากนี้ ควรควบคุมการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะ และออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงาน ให้มากขึ้น เพราะแอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรี่ หากดื่มเบียร์ 1 กระป๋อง ขนาด 350 มิลลิลิตร จะได้รับพลังงาน 137 กิโลแคลอรี่ และดื่มไวน์ 1 แก้ว ขนาด 100 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 75 แคลลอรี่ ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกายจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนตามมา

“ทั้งนี้ การชมฟุตบอลผ่านจอโทรทัศน์ควรให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ควรนั่งชมในที่มืด ต้องเปิดไฟลดความจ้าของแสงโทรทัศน์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับตาได้ และหากชมการแข่งขันเป็นเวลานาน ๆ ผู้ชมควรนั่งอย่างถูกวิธีด้วยการนั่งบนเก้าอี้พร้อมห้อยขาลง ไม่ควรนั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ หรืองอเข่านานๆ และหากรู้สึกเมื่อยก็ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ด้วยการลุกขึ้น หรือออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดอย่างง่าย ๆ ระหว่างนั่งชมหรือช่วงพักการแข่งขัน เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ทั้งกล้ามเนื้อแขน ขา คอ และหลัง จะทำให้รู้สึกสบายขึ้น ที่สำคัญควรชมการแข่งขันฟุตบอลเพื่อความสนุกและการส่งเสริมกีฬาเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการเล่นพนันบอล เพราะจะก่อให้เกิดความเครียดและมีปัญหาสุขภาพจิตตามมา” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ขอขอบคุณข้อมูล จาก สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง (กรมอนามัย)
ภาพประกอบ จาก Thinkstockphotos

Comments