2

การศึกษาจากการสำรวจผู้บริโภค 100 คน ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเจ้าของอย่างน้อย 1 อุปกรณ์ใน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ แล็ปท็อป แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน โดยที่มีมากกว่าร้อยละ 40 สารภาพว่าเสียบที่ชาร์จคาไว้โดยไม่ใช้งาน ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 30 ที่ปิดอุปกรณ์เมื่อไม่ได้ใช้ทุกครั้ง

โดยปกตินั้นแล็ปท็อปเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือไม่ใช้การพักหน้าจอแบบสกรีนเซฟเวอร์ก็ตาม ก็ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานมากกว่า 32 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียพลังงานอย่างเปล่าประโยชน์ที่เรียกว่า “การใช้พลังงานแวมไพร์”

อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ต่างกัน การกินไฟก็แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปการเสียบทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ก็ก่อให้เกิดการใช้พลังงาน 0.1-0.5 วัตต์ต่อชั่วโมง คิดเป็นการสูญเสียพลังงานในแต่ละปีมากกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ออุปกรณ์ นอกจากจะเป็นการสูญเสียเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยไม่ต้องลงทุนทำสิ่งใดมากมาย 

โดยในแต่ละปีนั้น พลังงานที่สูญเสียไปจากครัวเรือนในสหรัฐอเมริกา เทียบเท่ากับพลังงานของ 3โรงไฟฟ้าถ่านหิน 56 กังหันลม และ 1 เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ นอกเสียจากว่าแต่ละครัวเรือนจะหันมาเปลี่ยนพฤติกรรมที่สามารถประหยัดเงินได้กว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี เช่นดังรายการง่ายๆ ต่อไปนี้

1.การปิดเครื่องชาร์จที่ไม่ได้ใช้รอบบ้าน

2.ปิดโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล็ปท็อป

3.การใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการชาร์จพลังงานแบบใหม่ๆ

โลกในชั่วโมงนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะยุติการใช้พลังงานแวมไพร์ในบ้านหรือสำนักงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความยุ่งยาก และยังให้ประโยชน์ทั้งต่อการประหยัดเงินและการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว

ข้อมูลจาก energysavingmedia.com

Comments