20 นิสัยที่คนประสบความสำเร็จ “ปฏิเสธ” ที่จะมีเด็ดขาด

  20 นิสัยที่คนประสบความสำเร็จ “ปฏิเสธ” ที่จะมีเด็ดขาด   1. ไม่ให้คำนิยามความสำเร็จจาก “เงิน” คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก ให้คำนิยาม “ความสำเร็จ” คือความสุข ความสงบ การได้ช่วยเหลือคนอื่น ส่วนเงินทองและความมั่งคั่งนั้น มีเพียงแค่ซื้อความสบาย และเปิดโอกาสให้กับพวกเขามากขึ้นนั้น แต่นั่นแหละ พวกเขาตระหนักว่า “เงิน” อย่างเดียวไม่สามารถหาซื้อ “ความสุข” ในชีวิตได้หรอก   2. ไม่เริ่มต้นวัน โดยไม่วางแผน ไม่ใช่แค่การวางแผนระยะสั้นและระยะยาวเท่านั้น แต่คนพวกนี้วางแผนกันเป็น “รายวัน” ว่าในวันหนึ่งๆ มีอะไรที่พวกเขาต้องทำให้ “สำเร็จ” บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่เรียกว่า “Golden Hour” ซึ่งเป็น 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่น ที่เป็นเวลาที่สดชื่น ที่เหมาะมากในการวางแผนว่าทั้งวันนี้ของเขา ต้องทำอะไรบ้าง!   3. ความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ เป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จ จะคิดว่า มันเป็นเรื่องเสียเวลา และเปลืองพลังงานมาก ที่จะโฟกัสไปที่ “ความสมบูรณ์แบบ” เพราะนั่นหมายถึง คุณต้องมาหาจุดบกพร่องทุกจุด เพื่อแก้มันให้สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่เขามุ่งมั่นคือ ทักษะของพวกเขาที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากการสำเร็จในแต่ละเป้าหมายๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดแล้ว ที่รู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กับที่ แต่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง   4. ไม่สุงสิงกับคนมองโลกในแง่ลบ คนที่มองโลกในแง่ร้าย คนขี้บ่นในทุกเรื่อง คนที่ผัดวันประกันพรุ่ง คนที่ชอบแก้ตัว พวกนี้ คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่สุงสิงด้วยเด็ดขาด เพราะยิ่งอยู่ใกล้ ก็ยิ่งเป็นการได้รับพลังงานลบถ่ายทอดมา แต่พวกเขาชอบอยู่ใกล้คนที่จะคอยให้แรงบันดาลใจกับเขามากกว่า!   5.

Read more

รับวัคซีนกระตุ้น ก่อนวายร้าย ‘คอตีบ’ จะกลับมา

จากกรณีเกิดการระบาดของโรคคอตีบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2555 ที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 63 ราย เสียชีวิตไปถึง 10 ราย เรียกว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสถานการณ์ของประเทศไทยที่เกือบจะไม่มีโรคดังกล่าวตั้งแต่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุวัคซีนคอตีบเข้าในโปรแกรมวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กไทยเริ่มตั้งแต่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน ฉีดกระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ขวบ 6 เดือน 4 ขวบ และเมื่อเข้าสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยสถานการณ์โรคคอตีบที่พบในรอบนั้น นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่า เป็นการระบาดในกลุ่มผู้ใหญ่อัตราส่วนพอ ๆ กับที่เกิดในเด็ก จากเดิมที่พบเฉพาะในกลุ่มเด็ก ๆ เท่านั้น จึงได้ทำการเจาะเลือดตรวจหาสาเหตุ ก็พบว่าภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนเมื่อวัยเด็กจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งอยู่ในระดับที่ไม่สามารถป้องกันโรคได้ ที่สำคัญคือ โรคคอตีบที่เป็นในผู้ใหญ่ หรือไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตามที่พบในเด็ก แล้วมาเจอในผู้ใหญ่นั้นมักจะมีความรุนแรงมากกว่า อย่างเช่นโรคคอตีบ โรคไข้เลือดออก เป็นต้น ทั้งนี้ โรคคอตีบเกิดจากการติดเชื้อโครีย์นแบคทีเรียมดิย์พทีเรีย (Corynebacterium Diphtheriae) แบบเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้สามารถสร้างพิษที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดเนื้อตายเป็นแผ่นหนาในลำคอหรือหลอดลม และเกิดการตีบตันของทางเดินหายใจจนต้องเจาะคอเพื่อเปิดช่องให้สามารถหายใจได้สะดวกเหมือนเดิม นอกจากนี้พิษที่เชื้อโรคคอตีบปล่อยออกมายังสามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเสียชีวิตด้วยประการหลังนี้เอง โรคนี้ติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ ไอ จามรดกัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด บางครั้งติดได้ด้วยการใช้ภาชนะร่วมกัน โดยเมื่อได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะฟักตัวประมาณ 1-7 วัน โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ในช่วง 3 วัน เริ่มด้วยอาการมีไข้ต่ำ ๆ คล้ายอาการหวัดในช่วงแรก ๆ แต่ไม่มีน้ำมูก มีอาการไอก้อง เจ็บคอ เบื่ออาหาร ต่อมาจะมีแผ่นฝ้าสีขาวอมเทาติดแน่นที่บริเวณทอลซิล

Read more

เมื่อเรานำไข่ไก่ ใส่ช่องน้ำแข็ง แล้วฟรีชไว้ จะเกิดอะไรขึ้น มาดูกัน

เรียกได้ว่าเป็นความรู้ใหม่เลยทีเดียว เราสามารถเก็บไข่ได้นานกว่าเดิมโดยใช้วิธีนี้ มาดูขั้นตอนกันได้เลยครับ                      

Read more

อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์

  อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อธิบาย ภาพพระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์ หากลองเอานิ้วจุ่มลงไปก็พบว่าไม่ร้อน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.13 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟชบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เป็นภาพของพระภิกษุรูปหนึ่ง นั่งอยู่ในกระทะใบใหญ่ที่มีน้ำอยู่เต็ม และด้านล่างของกระทะก็มีการก่อกองไฟขนาดใหญ่ โดยน้ำที่อยู่นั่งอยู่ในกระทะใบดังกล่าว มีลักษณะเป็นน้ำเดือด และบริเวณรอบ ๆ พบว่า มีญาติโยมนั่งล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้คาดว่า น่าจะเป็นพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลัง   ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ยังได้ระบุข้อความไว้ใต้ภาพพระนั่งในน้ำเดือด ว่า “อากาศมันหนาวจนถึงขั้นต้องต้มน้ำอาบเชียวหรือหลวงพ่อ”   อย่างไรก็ดี สำหรับพิธีกรรมดังกล่าว อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ อาจารย์ประจำภาคชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยโพสต์คลิปอธิบายระบุว่า กรณีพิธีกรรมพระนั่งในน้ำเดือดนั้น เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงนำน้ำมันผสมน้ำไปใส่ในภาชนะที่ต้องการใช้ ก็จะพบว่า น้ำมันลอยตัวอยู่บนน้ำ ดังนั้น เมื่อมีการจุดไฟและวัดอุณหภูมิพบว่า น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำมัน เพราะน้ำมีค่าความจุความร้อนสูงกว่าน้ำมัน ส่งผลให้น้ำมันที่อยู่บนผิวน้ำด้านบนไม่ร้อนอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ และหากเราจุ่มนิ้วลงไปก็จะไม่รู้สึกร้อนเช่นเดียวกัน       คลิป วิทยาตาสว่าง ตอนที่ 2 มือจุ่มน้ำมันเดือด โพสต์โดย คุณ jessadad สมชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม   ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com

Read more

เตือน! สมาร์ททีวี ซัมซุง อาจบันทึกคำพูดส่วนตัวของผู้ใช้

(ภาพ: AFP Photo) เว็บไซต์นิตยสารออนไลน์ ออกมาเตือนว่า สมาร์ททีวีของบริษัท ซัมซุง อาจบันทึกคำพูดส่วนตัวของผู้ใช้แล้วส่งให้บุคคลที่ 3 โดยอ้างข้อมูลจากข้อความในนโยบายความเป็นส่วนตัวของซัมซุงเอง… สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานว่า เว็บไซต์นิตยสารออนไลน์ เดลีย์ บีสต์ เผยแพร่ข้อความที่ตัดทอนออกมาจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ซัมซุง ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ใหญ่ ซึ่งเตือนผู้ใช้งานโทรทัศน์อัจฉริยะ หรือ สมาร์ททีวี และใช้ระบบสั่งการด้วยเสียง ว่าให้ระวังเรื่องการพูดข้อมูลส่วนตัวต่อหน้าโทรทัศน์เหล่านี้ เนื่องจากมันจะฟัง สิ่งเรื่องที่พูดต่อหน้ามันและอาจส่งข้อมูลที่มันได้ยินให้แก่ซัมซุง หรือ บุคคลที่ 3 คำเตือนดังกล่าวตัดทอนออกมาจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ซัมซุง สำหรับอุปกรณ์สมาร์ททีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ของพวกเขา ระบุว่า “โปรดระวัง ถ้าคำพูดของคุณรวมไปถึงข้อมูลส่วนตัวหรือละเอียดอ่อน ข้อมูลนั้นจะรวมอยู่ในข้อมูลที่ถูกจดจำ และส่งไปยังบุคคลที่ 3″ นอกจากนี้ยังมีข้อความที่บ่งชี้ด้วยว่า การบันทึกคำพูดเพื่อแปลงเป็นข้อความ อาจดำเนินการอยู่แม้ผู้ใช้ปิดอุปกรณ์ไปแล้ว “หากคุณไม่เปิดระบบจดจำเสียง ในขณะที่ซัมซุงไม่รวบรวมคำพูดของคุณ แต่ซัมซุงอาจยังเก็บข้อความที่เกี่ยวข้องและข้อมูลการใช้อื่นๆ เพื่อให้เราสามารถประเมิณการทำงานของฟีเจอร์นี้ และพัฒนามันให้ดีขึ้น” นโยบายของซัมซุงระบุ ทั้งนี้ ระบบสั่งการด้วยเสียงทำงานโดยการแปลงคำพูดเป็นข้อความคำสั่ง ซึ่งหากเป็นคำสั่งง่ายๆ อย่างเปลี่ยนช่อง ก็ไม่จำเป็นต้องมีการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต แต่หากเป็นคำสั่งที่ซับซ้อนเช่น ค้นหาข้อมูลภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์กูเกิล ข้อมูลนี้จะถูกส่งผ่านทางออนไลน์ไปยังบุคคลที่ 3 นางคอรีนน์ แมคเชอร์รี ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท อิเล็กทรอนิก ฟรอนเทียร์ ฟาวเดชั่น (EFF) ซึ่งรณรงค์ในเรื่องการจัดการสิทธิดิจิทัล บอกกับ เดลีย์ บีสต์ ว่า บุคคลที่ 3 ดังกล่าว อาจเป็นบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือด้านการ แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ แก่ซัมซุง ซึ่งหากเธอเป็นลูกค้า เธอก็คงอยากรู้ว่า ใครคือบุคคลที่ 3 นี้ และต้องการรู้ว่า คำพูดของเธอถูกถ่ายทอดไปในรูปแบบที่ปลอดภัยหรือไม่

Read more

ชีวิตรุ่งงานพุ่ง!! เคล็ดลับ เลือกหินมงคล เสริมดวง 9 อาชีพ

ชีวิตรุ่งงานพุ่ง!! เคล็ดลับ เลือกหินมงคล หินนำโชคเสริมดวง ให้เหมาะกับ 9 อาชีพยอดฮิตตลอดกาล ถือได้ว่าเป็นกระแสฮอตข้ามปีกันเลยทีเดียว สำหรับ “หินนำโชค” เครื่องรางสุดฮิตที่ใครหลายคนปรารถนาอยากจะมีไว้ครอบครองเพื่อเสริมดวงและ บารมีในด้านต่าง ๆ ให้กับตนเอง โดยปัจจุบันได้มีการดัดแปลงหินนำโชคมาทำเป็นเครื่องประดับมากมายหลายอย่าง อาทิ สร้อยข้อมือ กำไล ต่างหู แหวน จี้ จนกลายเป็นแอคเซสเซอรี่ที่คนทุกช่วงอายุให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนมัธยมไปจนถึงกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่ง ล่าสุดทีมงาน Sanook! Horoscope ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณปิเก้ และ คุณเจฟฟรี่” 2 หนุ่มผู้หลงใหลศาสตร์แห่งหินนำโชค หินมงคล เจ้าของร้าน JEFFIQUESTONE ร้าน “หินนำโชค” ชื่อดังในอินสตาแกรม และครั้งนี้เราได้มาสอบถามข้อมูล และเทคนิคในการเลือกใช้หินมงคลเพื่อการหนุนดวงเสริมบารมีด้านต่าง ๆ ให้กับบุคคลในแต่ละสายอาชีพ ซึ่งหินแต่ละชนิดจะเหมาะสมและให้ผลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแก่บุคคลในอาชีพใดบ้างนั้น เราไปเช็คพร้อมกันเลยดีกว่า… 1. พนักงานออฟฟิศ : โรส ควอตซ์ (Rose Quartz) เป็นหินที่แสดงถึงความรัก และการให้อภัย เสริมเสน่ห์ สร้างมิตรภาพ ช่วยให้เจ้านายรักใคร่ ถือได้ว่าหินโรส ควอตซ์ เป็นหินครอบคลุมให้คุณประโยชน์ในทุก ๆ ด้าน ปัจจุบันนิยมใช้หินชนิดนี้เป็นของขวัญแทนคำบอกรัก แทนความห่วงใย ในทางบำบัดโรสควอตซ์ เป็นหินที่มีพลังขจัดความโกรธ เกลียด หรือการอิจฉาริษยา คนที่อกหักจะช่วยให้รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น และหากอยู่ในที่ทำงาน ที่มีสถานการณ์ยุ่งยากเลวร้าย มีคนคอยเป็นศัตรูควรพกหินโรสควอตซ์ ไว้เป็นเครื่องประดับ หรือหินเป็นก้อน วางไว้บนโต๊ะทำงาน ก็สามารถทำให้เกิดความสงบขึ้นในที่ทำงานได้เช่นกัน 2. พนักงานขาย : ไหมทอง

Read more

60 ความเชื่อของคนโบราณ ที่คนไทยควรรู้! ใครลบหลู่ มีอันต้อง…?!

เราเชื่อเสมอว่าสมัยก่อนนี้ คนเฒ่าคนแก่มีวิธีการสอนลูกหลานให้อยู่ในโอวาทและเติบโตมาเป็นคนดี เขาจึงต้องใช้วิธีตั้งกฏความเชื่อเพื่อที่จะให้ลูกหลานรู้สึกกลัว และปฎิบัติตนไปในทางที่ดีเพื่อใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างผาสุก แต่จะมีที่มาที่ไปอย่างไร เราต้องไปถามท่านเอง และนี่คือ 60 ความเชื่อ ความเชื่อของคนโบราณ ที่บอกต่อๆกันมา มีอะไรบ้างไปดูกัน 1.) ห้ามใส่ชุดสีดำเยี่ยมคนป่วย เพราะสีดำเป็นสีที่คนโบราณถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์โศก การใส่ชุดดำไปเยี่ยมผู้ป่วยนั้นเป็นการแช่งให้ผู้ป่วยตายเร็วขึ้น (อ๊ายย๋ะ!!!) 2.) จิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด โดยถ้าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะให้เลื่อนการเดินทางแต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้าย ให้เดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย 3.) ตุ๊กแกร้องตอนกลางวัน เชื่อว่าจะมีเหตุร้ายเพราะตามปกติแล้วตุ๊กแกที่อาศัยในบ้านมักจะร้องตอนกลางคืน ถ้าร้องตอนกลางวันถือเป็นลางบอกเหตุร้าย เนื่องจากคนโบราณเชื่อว่าตุ๊กแกคือ วิญญาณของปู่ย่าตายายที่ตายไปแล้วมาอาศัยอยู่ คอยคุ้มครองลูกหลานจากภัยอันตราย 4.) นกแสกเกาะหลังคาบ้าน จะเกิดลางร้าย เพราะนกแสกเป็นนกที่ถือว่าให้ความอัปมงคล เนื่องจากโดยธรรมชาตินกแสกมักจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคน 5.) ถ้านกถ่ายรดบนศรีษะ เชื่อว่าจะโชคร้าย หากกำลังจะออกเดินทางแล้วถูกนกถ่ายรดที่ศรีษะซะก่อน ให้หยุดการเดินทางทันที หรือเลื่อนกำหนดออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น 6.) เมื่อตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน ให้พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่ให้ไล่ 7.) กลางคืนถ้าได้ยินเสียงร้องทักห้ามขานรับ เพราะเชื่อว่าเป็นเสียงของดวงวิญญาณอาจจะมาหลอนมาหลอกหรือเป็นการเชิญวิญญาณเข้าบ้าน 8.) คนที่มีไฝที่ริมฝีปากล่าง ให้ระวังปากนำเคราะห์ เพราะพูดไม่คิด และมักเป็นคนใจร้อน อารมณ์รุนแรงขาดเหตุผลในการยับยั้งชั่งใจ 9.) คนใดที่มีลักษณะผมหยิกๆ หน้าสั้นคอสั้น มักจะเจ้าชู้ (แต่เป็นความเชื่อขำๆนะ อันนี้ต้องคิดว่าต้องดูต่อจากภายในหัวใจ) 10.) คนใบหูใหญ่มักร่ำรวยและมีบุญวาสนา คนใบหูหนาเป็นคนมีศีลธรรมคนใบหูบางเป็นคนโดดเดี่ยว ไร้บุญวาสนา 11.) คนที่พูดจาหลายเสียงในการพูดคุยครั้งเดียวกันเป็นคนคบยาก เพราะหาความแน่นอนอะไรไม่ได้ 12.) คนหัวล้านมักจะเจ้าชู้และเจ้าเล่ห์ ซึ่งได้ต้นแบบมาจากขุนช้างในวรรณคดี ทำให้คนโบราณเชื่อว่า คนลักษณะแบบนี้จะมีนิสัยเหมือนขุนช้าง 13.) เด็กทารกคนใดที่เกิดมาแล้วมีปาน คนโบราณเชื่อว่า ได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง (ชาติที่แล้ว) และถูกป้ายด้วยของตำหนิเอาไว้ หากเป็นปานแดงหมายถึงถูกป้ายด้วยปูนแดง และหากเป็นปานดำหมายถึงถูกป้ายด้วยถ่าน

Read more

กินกลูต้าไธโอนให้ขาว ทำได้จริงหรือ… ?

  กระแสกลูต้าฯ ไม่เคยลงต่ำแบบราคาทองแม้จะเป็นที่พูดถึงกันมาหลายปีแล้ว นั่นเป็นเพราะ “ใช้ดีแล้วบอกต่อ” ตามหลักการตลาด ซึ่งคำถามในเวลานี้คือ มันดีจริงหรือ ? ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของสาวไทยไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ขาวธรรมดา ต้องขอขาววิ้ง, ขาวอมชมพู, ขาวออร่า และขาวโอโม่แบบดาราสาวเกาหลี ซึ่งวิธีทำให้ขาวก็รุดหน้าตามเทคโนโลยีที่อะไรก็ได้ขอให้ขาวไวที่สุด ทางลัดอย่างการกินอาหารเสริมจนกระทั่งถึงขั้นฉีดสารอันจะเรียกว่ายาทางการแพทย์ก็ได้นั้น จึงกลายเป็นที่นิยมของสาวไทยยุคนี้อย่างมาก และกลูต้าไธโอน (Glutathione) ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อกันมาทำให้ผิวขาวได้ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีข่าวฉีดสารแล้วช็อกเสียชีวิต หรือราคากลูต้าฯ บางตัวที่แพงมาก ซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของจริงหรือไม่ แต่สาวไทยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ยังติดต่อขอซื้อผ่านทางโซเชียลมีเดียกันง่าย ๆ เพราะคนที่ใช้ได้ผลมีมากกว่าคนที่ผิดหวัง…แล้วเรื่องทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ พิสูจน์ความขาวแบบโอโม่ จะใช้กลูต้าฯ ก็ควรรู้จักกันหน่อยว่ากลูต้าฯ เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิดคือ ซิสเทอีน (Cysteine), กลูตามิค (Glutamic Acid) และไกลซีน (Glycine) พบได้ทุกเซลล์ในร่างกายมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยตับในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทางการแพทย์มีการนำกลูต้าฯ มาศึกษา และใช้เสริมการรักษาโรคอย่างมะเร็ง ถุงลมโป่งพอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคตับ เอดส์ เป็นต้น หลังพบว่าผู้ป่วยโรคเหล่านี้จะมีระดับกลูต้าฯ ลดลง อย่างไรก็ตามหลังนำไปใช้กับผู้ป่วยผลปรากฏว่า พวกเขามีผิวขาวขึ้น ! ด้วยคุณสมบัติทางอ้อมที่ไปยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดสีนี่เองจึงเป็นที่มาของการนำกลูต้าฯ มาใช้ในวงการความงาม สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะรูปแบบรับประทาน (กรดอะมิโน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและครีมทาผิวเท่านั้น ส่วนรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ กระนั้นก็ตาม ประสิทธิภาพและประโยชน์ของกลูต้าฯ ในการทำให้ผิวขาวก็ยังไม่มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือยืนยัน จึงไม่น่าแปลกใจที่กลูต้าฯ ไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาว่าทำให้ผิวขาวได้ แต่ที่แน่นอนก็คือ การกินกลูต้าฯ โดยตรงแทบจะไม่ให้ผลอะไรเลย ส่วนการฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อก็เสี่ยงต่อชีวิตที่ไม่คุ้มกัน

Read more

มะนาวโซดา มะเร็งตัวร้าย รักษาได้จริงหรือ?

  มะนาวโซดา เครื่องดื่มรสเปรี้ยวซ่าดับกระหายแก้วนี้ มีหลายคนสงสัยว่าช่วยรักษามะเร็งได้จริงหรือ เพราะเห็นแชร์ข้อมูลกันว่อนโลกไซเบอร์ แล้วคนเป็นโรคกรดไหลย้อนจะทานได้ไหม กระปุกดอทคอม ขอไขข้อสงสัยเรื่องนี้ให้คนรักสุขภาพกันค่ะ   มะนาวโซดา มะเร็งร้ายก็รักษาได้ จริงหรือ? ถ้าเราลองเสิร์ชหาคำว่า “มะนาวโซดา” ในอินเทอร์เน็ต เราจะพบข้อมูลน่าประหลาดใจที่บอกว่า “มะนาว 2 ลูก + โซดา 1 ขวด สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ผลกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า จะทานเช้า กลางวัน เย็น ก็ได้ ไม่มีผลเสียใด ๆ ต่อร่างกายทั้งสิ้น” สร้างความฮือฮาให้คนที่พบเจอข้อมูลเหล่านี้ไม่น้อยเลย แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุวัฒนะนานาชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยรับรองว่า มะนาวโซดามีคุณสมบัติรักษามะเร็งให้หายได้ เพียงแต่มะนาวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะจากเซลล์มะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฤทธิ์ของมันก็ไม่เหมือนกับเคมีบำบัดแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยแพทย์คงใช้กันทุกที่ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ดื่มมะนาวโซดาเพื่อล้างพิษ ซึ่งก็ทำได้ เพราะมะนาวโซดามีคุณสมบัติคล้ายยาขับปัสสาวะอ่อน ๆ ช่วยกระตุ้นตับและถุงน้ำดีให้บีบตัว จึงมีคนนำมะนาวโซดาไปใช้ล้างพิษหรือทำดีท็อกซ์ และเติมความสดชื่นให้ร่างกายด้วย   น้ำมะนาวโซดาโรคกรดไหลย้อนกินได้ไหม? พอได้ยินว่า “มะนาวโซดา” ช่วยล้างพิษได้ หลายคนก็นึกอยากดื่มมะนาวโซดาขึ้นมาทันที แต่ช้าก่อนค่ะถ้าใครเป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน ไม่ควรดื่มน่าจะดีกว่า เพราะ นพ.กฤษดา เตือนว่า ทั้งโซดาและมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดทั้งคู่ หากดื่มเข้าไปอาจระคายทางเดินอาหารได้ ส่วนคนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน ก็ต้องระวังอย่าดื่มขณะท้องว่าง หรือดื่มบ่อย ๆ เช่น ทุกมื้อ ทุกวัน ควรดื่มเป็นครั้งคราวจะดีกว่า  สรุปว่า ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันว่า มะนาวโซดารักษามะเร็งได้จริงหรือไม่ ดังนั้น ก็อย่าไปหลงเชื่อข้อมูลที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ ส่วนใครที่ชอบดื่มมะนาวโซดาก็ไม่ควรดื่มบ่อยจนเกินไปนัก เพราะอาจจะมีปัญหากับกระเพาะอาหารได้จ้า

Read more

อาหารต้านมะเร็ง 5 ชนิด ทานป้องกันโรคร้าย จัดเลย !

              อาหารต้านมะเร็งชั้นเยี่ยมที่ทุกคนควรทาน ไม่ต้องไปหาของแพงที่ไหน ก็ผักผลไม้ใกล้ตัวเราทั้งนั้นเลย           เพราะมะเร็งเป็นโรคร้ายที่ไม่มีใครอยากเป็น แต่ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในทุกวันนี้ช่างสุ่มเสี่ยงต่อการป่วยมะเร็งจริง ๆ นำมาสู่การค้นหาตัวช่วยต้านมะเร็ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “อาหาร” ที่เราทานกันนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะผักผลไม้หลากชนิดที่มีสรรพคุณป้องกันมะเร็งได้ เว็บไซต์ emaginfo เลยนำข้อมูลดี ๆ มาบอกกัน           ปัจจุบันได้มีการศึกษาถึงศักยภาพของผักผลไม้ ในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งกันมาก มีรายงานว่าการบริโภคผักผลไม้โดยเฉพาะผักตระกูลกระหล่ำ และผักผลไม้สีเขียวและเหลืองช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร           นอกจากนี้ยังมีการวิจัยว่าผักเหล่านี้สามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองที่ได้รับสารก่อมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ เช่น การเกิดมะเร็งเต้านมที่เกิดจากสารก่อมะเร็ง 9,10-dimethylbenz (a) anthracene, มะเร็งตับที่เกิดจาก Aflatoxin, มะเร็งกระเพาะอาหารที่เกิดจากสารก่อมะเร็ง benz (a) pyrene และมะเร็งปอดที่เกิดจากสารก่อมะเร็ง NNK ซึ่งเป็นสารเคมีในใบยาสูบ           แต่อันที่จริงถึงแม้ว่าอาหารหลากหลายชนิดจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีส่วนช่วยต้านมะเร็งได้ แต่มีอาหารเพียงไม่กี่อย่างที่จัดว่าเป็นอาหารชั้นเยี่ยมในการต้านมะเร็ง ซึ่งได้แก่   กระเทียม            ถือเป็นเครื่องเทศกลิ่นแรงที่ใช้ประกอบอาหารกันมามากกว่า 5,000 ปี นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนประกอบในสูตรยาฆ่าเชื้ออีกด้วย หลุยส์ ปาสเตอร์ พบว่า กระเทียมสามารถฆ่าเชื้อที่อยู่ในจานเพาะเชื้อได้ และยังพบว่ากระเทียมจะกระตุ้นการทำงานของร่างกายในการป้องกันเซลล์มะเร็ง           อับดุลลาห์ แพทย์ของมหาวิทยาลัยฟลอริดา พบว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ที่กินกระเทียม สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีกว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ไม่กินกระเทียมถึง 139% มีการทดลองพบว่าทั้งกระเทียมและหัวหอมสามารถลดการเกิดมะเร็งที่ผิวหนัง และจากการให้หนูทดลองกินกระเทียม พบว่าในหนูที่มีแนวโน้มว่าทางพันธุกรรมว่าเป็นมะเร็งได้ง่าย จะมีโอกาสเป็นมะเร็งลดลง           นอกจากนี้ยังมี นักวิจัยชาวจีนได้พบว่าการบริโภคกระเทียมและหัวหอมในปริมาณสูง ๆ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่กระเพาะลงได้ครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้กระเทียมยังทำให้ตับสามารถทนต่อสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้มากขึ้นด้วย และด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของกระเทียมที่จะทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ทำลายเซลล์ปกติ ดังนั้นจึงสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย  แคโรทีนอยด์            ทั้งแคโรทีนอยด์และไบโอฟลาวินอยในพืช จัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ           แคโรทีนอยด์จะพบทั้งในผักผลไม้สีเขียวและสีส้ม

Read more

เจาะลึกคน 10 ประเภท ที่จะมาทำลายธุรกิจของคุณ!

ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจหรือกิจการงานที่ทำอยู่ คุณต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจว่าจะคบกับใครดี และคนไหนบ้างที่ควรจะหลีกเลี่ยงไม่คบค้าด้วย อารมณ์และพฤติกรรมอาจจะนำพาให้คุณมารู้จักกับใครต่อใครในโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ มันเหมือนกับกลายเป็นโรคระบาดอย่างหนึ่งไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจาก Proceedings of the Royal Society ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเมื่อปี 2010 ระบุว่าการที่คุณได้คบกับคนที่มีพลังด้านบวก จะช่วยทำให้โอกาสในชีวิตคุณดีขึ้น 10% ดังคำที่กล่าวว่า “Just one sad friend was needed to double an individual’s chance of becoming unhappy,” ดังนั้น ลองมาพิจารณากันดูเถอะว่า คนประเภทไหนกันบ้างที่คุณควรจะหลีกเลี่ยง เพราะอาจจะทำให้งานของคุณตกต่ำลงได้ มาสำรวจกันว่าใกล้ๆ ตัวคุณมีคน 10 ประเภทนี้หรือไม่ ถ้ามีล่ะก็ เว้นระยะห่างไว้หน่อยดีกว่าไหม The siren พวกไซเรน คือพวกที่ชอบทำอะไรให้คุณประหลาดใจอยู่เสมอ ชักนำคุณไปในทางที่ผิดได้ เป็นคนที่เข้ามาทำให้ธุรกิจของคุณไขว้เขวไปหมด ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนี้มักจะปั่นหัวคุณให้เสียความมุ่งมั่น สำหรับคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันควรจะกลัวคนจำพวกไซเรนให้มาก บางคนถึงกับเสียศูนย์จากคนพวกไซเรนไปก็มาก ดังนั้น อย่าให้สิ่งนี้มาเกิดกับคุณเด็ดขาด อย่าให้คนประเภทนี้มาทำให้คุณลืมเป้าหมายที่แท้จริงของคุณได้ The goat คนประเภท แพะ เป็นพวกดราม่าจัด พูดน้ำไหลไฟดับ แล้วมักจะพล่ามความอับโชคของตัว แล้วมักจะหนีทุกๆ สิ่ง คนเหล่านี้เต็มไปด้วยความเครียด ปัญหาอีกอย่างก็คือ คนพวกนี้ชอบใช้ความเครียดของตัวแบบไม่จริงใจ แม้ปากจะบอกว่าเครียดๆ แต่พวก แพะ กลับมีความทะเยอทะยานเล็กๆ แฝงอยู่ และจะคอยโน้มน้าวให้ผู้อื่นตัดสินใจอะไรแย่ๆ และถ้าคุณพบว่าตัดสินใจพลาดบ่อยๆ ในการทำงาน ลองมองรอบๆ ตัวคุณว่ามีคนประเภท แพะ อยู่บ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็ให้รีบถอยห่างโดยเร็ว The

Read more

กำจัดหอยทากบุกสวนง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

  1. ป้องกันหอยทากจอมก่อกวน   ถ้าไม่อยากให้เจ้าหอยทากวายร้ายบุกสวนสวย ๆ ของเราจนเสียหาย ก็ต้องตัดไฟแต่ต้นลมด้วยวิธีดังต่อไปนี้ อย่ารดน้ำต้นไม้ในเวลาตอนเย็นหรือกลางคืน เพราะหอยทากชอบความเปียกชื้นแต่ไม่ชอบแสงแดด ดังนั้นพวกมันจึงจะพากันพาเหรดออกมา หากสวนของเราเปียกชื้นในเวลากลางคืนนั่นเอง อย่าให้ในสวนมีกระป๋องโลหะ แผ่นไม้ หรือวัสดุที่มืดและชื้นอื่น ๆ เพราะหอยทากจะใช้เป็นสถานที่ซ่อนตัวในเวลากลางวัน และวางไข่จนเพิ่มสมาชิกหอยทากให้มากมายมหาศาลได้ โรยเปลือกไข่ ทรายหยาบ หรือกากกาแฟไว้รอบ ๆ ต้นไม้ที่หอยทากชอบกิน เพราะหอยทากไม่สามารถคลานข้ามพื้นผิวขรุขระเข้าไปหาต้นไม้ได้ โดยพืชที่หอยทากชอบกินเป็นพิเศษก็เช่น ถั่วต่าง ๆ กะหล่ำ โหระพา สะระแหน่ สตรอว์เบอร์รี ดอกดาวเรือง เป็นต้น หาซื้อลวดทองแดงมาพันไว้รอบ ๆ กระถางต้นไม้ เพราะหอยทากไม่ชอบวัสดุที่เป็นโลหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทองแดง ดังนั้นจึงช่วยป้องกันหอยทากที่จะปีนขึ้นไปกัดกินต้นไม้ได้ 2. กำจัดหอยทากด้วยมือของเรา หากหอยทากตัวน้อยมาตั้งรกรากในสวนของเราซะแล้ว ก็มากำจัดง่าย ๆ ด้วยมือของเรากันดีกว่า ล่อหอยทากให้ออกมาในเวลากลางคืน ด้วยการรดน้ำให้ดินเปียกชุ่มในช่วงบ่ายแก่หรือตอนเย็น โดยแนะนำให้รีบทำทันทีที่เริ่มเห็นหอยทากปรากฏตัว เพื่อตัดปัญหาพวกมันขยายพันธุ์จนจับไม่หวาดไม่ไหว เตรียมถังใส่น้ำผสมน้ำเกลือเพื่อใช้ใส่หอยทากที่เราจับแล้วลงไป วิธีนี้ออกจะโหดร้ายหน่อย เพราะจะทำให้หอยทากตาย ดังนั้นหากต้องการแค่จับไปปล่อยที่อื่น ให้เตรียมถังเปล่าไว้ก็พอ รอจนพระอาทิตย์ตกดิน จากนั้นคว้าไฟฉายแล้วเริ่มภารกิจตามหาหอยทาก โดยส่องไฟไปตามจุดต่าง ๆ เช่น ใต้ใบไม้ บนใบไม้ ใต้แผ่นไม้ หรือกระถางต่าง ๆ และจับหอยทากที่พบใส่ถัง โดยใช้ตะเกียบคีบหรือใส่ถุงมือแล้วใช้นิ้วจับก็ได้ เทถังที่มีหอยทากทิ้งไปให้ไกลจากสวน 3. ทำกับดักกำจัดหอยทากจอมแสบกันดีกว่า   ถ้าไม่อยากไล่จับหอยทากให้เปลืองแรง ก็มาทำกับดักหอยทากกันดีกว่า แต่บอกเลยว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับคนขี้สงสาร เพราะจะทำให้หอยทากตายหมู่นั่นเอง รดน้ำให้ดินเปียกชื้นในตอนเย็นเพื่อล่อให้หอยทากออกมา หาภาชนะที่ปากไม่กว้างมาก หรืออาจจะเป็นถ้วยโยเกิร์ตที่กินหมดแล้ว นำไปฝังไว้ในดิน โดยให้ปากแก้วเสมอกับพื้นพอดี ระวังอย่าให้ปากถ้วยสูงกว่าพื้นดิน

Read more

5 เคล็ดลับง่าย ๆ ดูแลไม้กระถางในบ้านให้สวยดั่งใจ

เคล็ดลับดูแลต้นไม้ในบ้าน ปลูกต้นไม้ในกระถางจะดูแลอย่างไรให้เจริญเติบโตได้ดี ลองมาดูวิธีดูแลต้นไม้ในกระถางกันเถอะ ต้นไม้กระถางได้รับความนิยม เพราะปลูกง่าย ใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับชีวิตคนเมือง แต่การปลูกต้นไม้ชนิดนี้ก็แตกต่างจากการปลูกบนพื้นดิน ทั้งวิธีการดูแลรักษาและอุปกรณ์ที่ใช้ ดังนั้นหากอยากให้ต้นไม้กระถางของเรางอกงาม ก็ต้องมาดูเทคนิคดูแลต้นไม้กระถางดังต่อนี้ ที่จะช่วยให้ต้นไม้ของเพื่อน ๆ อวดต้นสวยได้ง่าย ๆ เลยค่ะ  1. ใช้ดินและกระถางที่เหมาะสม ใช้ดินร่วนโปร่งที่มีน้ำหนักเบา เพราะเหมาะกับการปลูกไม้กระถางมากกว่า ในขณะที่พืชบางชนิดก็อาจต้องการดินเฉพาะอย่าง ดังนั้นจึงควรศึกษาชนิดของพันธุ์พืชของต้นให้ดี ใช้กระถางที่ไม่ใหญ่จนเกินไป โดยหากเปลี่ยนกระถางใบใหม่ ก็ไม่ควรกว้างหรือลึกกว่าใบเก่าเกิน 2 นิ้ว โดยอย่าลืมตรวจสอบก้นกระถางให้มีรูระบายน้ำด้วยนะ  2. เปลี่ยนกระถางหากรากต้นไม้พันกันยุ่งเหยิง หากรากของต้นไม้พันกันยุ่งเหยิงจนเต็มกระถาง ดึงต้นไม้ขึ้นมาแล้วเห็นแค่รากแต่ไม่มีดิน หรือมีดินแต่รากเบียดเสียดกันจนเกินไป นั่นแปลว่าถึงเวลาต้องอัพเกรดกระถางแล้วล่ะ  3. รดน้ำตามความต้องการของต้นไม้ไม่ใช่ของคน ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการน้ำปริมาณไม่เท่ากัน การที่เรารดน้ำตามความสะดวกหรือเมื่อนึกได้คงไม่ดีแน่ ดังนั้นศึกษาต้นไม้ที่ปลูกให้ดี ว่าต้องการน้ำมากน้อยแค่ไหน เพราะพืชบางชนิดอาจต้องรดน้ำทุกวัน หรือบางชนิดอาจนาน ๆ รดน้ำทีหนึ่งก็ได้  4. สังเกตความผิดปกติบ้าง ถ้าต้นไม้ใบเหลืองกรอบและหล่นร่วง หรือใบหงิกงอติดอยู่กับต้น ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าอาจเกิดจากการรดน้ำมากไปหรือน้อยเกินไปได้ ดังนั้นให้ใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินลึกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อวิเคราะห์ความต้องน้ำ ซึ่งจะรู้ได้ว่าดินกำลังแห้ง ดินพอดี หรือชุ่มน้ำจนเกินไป ถ้าต้นไม้ใบเหลืองหงิกงอ แต่ดินยังชุ่มน้ำ แปลว่าต้นไม้ได้รับน้ำมากเกินไป และรากกำลังจะเน่า ดังนั้นห้ามรดน้ำให้ต้นไม้อีก ถ้าต้นไม้ใบเหลืองหงิกงอ และดินแห้ง แปลว่าต้นไม้ขาดน้ำนั่นเอง  5. เทคนิครดน้ำต้นไม้ที่ถูกต้อง รดน้ำจนเห็นว่าน้ำไหลผ่านรูระบายด้านล่างมาอยู่ในจานรอง จากนั้นให้เทน้ำในจานรองทิ้งทันที และหากกระถางแห้งเกินไป ให้แช่กระถางลงในถังใส่น้ำประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนต้นไม้ที่รากพันกันจนเต็มกระถาง จะไม่สามารถรับน้ำที่รดลงไปได้ ดังนั้นให้เปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้น และก่อนนำต้นไม้ลงกระถางใหม่ ให้แยกรากที่พันกันออก รวมถึงตัดรากที่ยาวหรือเยอะเกินไปทิ้งด้วย หากเราใส่ใจดูแลต้นไม้กระถางอย่างถูกวิธี ถึงแม้ว่าจะเป็นการปลูกในบ้าน

Read more

เทคนิคกำจัดต้นหญ้ากวนใจ ไม่ให้เกิดใหม่ได้อีก !

  วิธีกำจัดต้นหญ้าไม่ให้เกิดใหม่รกสวน ใครอยากกำจัดวัชพืชหรือต้นหญ้าที่ไม่ต้องการ ลองมาทำตามนี้กันเลย แปลงพืชที่ปลูกมักมีต้นหญ้าไม่ได้รับเชิญมาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งหญ้าเหล่านี้กำจัดยากนักเชียว แถมยังแพร่กระจายและเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากจะกำจัดให้ไม่เหลือซากก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย ด้วยวิธีกำจัดและป้องกันต้นหญ้าเกิดใหม่ ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากให้เลือกใช้กันตามความถนัด เอาเป็นว่าใครสะดวกวิธีไหนก็ไปเลือกใช้กันได้เลยจ้า 1. กำจัดหญ้าด้วยสารเคมี ใช้ไกลโฟเซตจัดการ หากพยายามกำจัดหญ้าด้วยยาฆ่าหญ้าแบบต่าง ๆ แต่ไม่ได้ผล ให้ลองพิจารณายากำจัดพืชไกลโฟเซต เพราะแม้ว่าตัวยาอันนี้จะแรงจนฆ่าพืชทุกชนิด แต่นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะรีเซ็ตแปลงพืชจากต้นหญ้าที่เคยกวนใจมานาน ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง แม้ว่าหญ้าจอมดื้อจะตายไปแล้ว แต่ก็อาจเกิดขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจ ให้พ่นยา 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยรอให้หญ้าชุดแรกตายก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงค่อยพ่นยาครั้งต่อไป ผสมผสานสารเคมีเข้ากับวิธีออร์แกนิค ยาฆ่าหญ้าแบบเคมีอาจจะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด แต่ลองใช้การกำจัดหญ้าด้วยวิธีออร์แกนิคควบคู่ไปด้วย ก็จะยิ่งเป็นตัวช่วยเร่งผลลัพธ์ให้เร็วขึ้น โดยทุก ๆ 7-10 วัน หลังจากพ่นยาฆ่าหญ้า ให้พลิกเศษหญ้าที่ตายขึ้นมา หรือหากมีแผนที่จะปรับปรุงดินให้ทำในขั้นตอนนี้เลย 2. กำจัดหญ้าด้วยวิธีออร์แกนิค พลิกดิน กำจัดต้นหญ้าแบบปลอดภัยด้วยการขุดลงไปใต้รากของต้นหญ้าและพลิกดินขึ้น เพื่อกลับต้นหญ้าให้ฝังลงไปในดินที่มืดและร้อน ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเติบโตและทำให้หญ้าตายในที่สุด โดยมีเทคนิคคือให้ทำในเวลากลางคืนหรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะการพลิกดินในเวลาที่มีแสง จะทำให้พืชรวมถึงต้นหญ้าโตขึ้นด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นการพลิกดินในเวลากลางคืนจะช่วยลดโอกาสที่หญ้าจะฟื้นขึ้นได้ถึง 78% ขุดต้นหญ้าและดึงทิ้งไป อีกทางเลือกในการกำจัดหญ้าแบบออร์แกนิคคือ ให้ขุดรากถอนโคนต้นหญ้าแล้วดึงทิ้งไปไกล ๆ จากบริเวณแปลง และเน้นกำจัดต้นหญ้าที่มีเมล็ดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายให้มากขึ้น นอกจากนี้ต้นอ่อนหรือพื้นดินที่ชุ่มจะทำให้ดึงออกได้ง่ายขึ้น และหากใช้กรรไกรเล็มต้นไม้มาช่วยตัดต้นหญ้า ก็ควรทำความสะอาดให้ดีหลังใช้ เพราะอาจหลงเหลือเมล็ด จนแพร่กระจายเป็นปัญหาอีกได้ ใช้น้ำส้มสายชูเป็นตัวช่วย ถ้าอยากใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นตัวช่วย แต่ไม่อยากให้ปนเปื้อนสารเคมี น้ำส้มสายชูคือตัวเลือกที่ดี โดยเทน้ำส้มสายชูลงให้ใกล้กับรากของต้นหญ้าให้ชุ่ม แล้วสังเกตดูหลังจาก 1-2 อาทิตย์ ว่าต้นหญ้าตายหรือไม่ ถ้าเจอต้นหญ้าที่ตายให้ดึงออกทันที แต่ถ้ายังไม่ตายให้เทน้ำส้มสายชูลงไปอีกครั้ง และทำบ่อยเท่าที่ต้องการ  น้ำปัสสาวะกำจัดหญ้า วิธีที่ประหยัดและดีที่สุดในการกำจัดต้นหญ้า

Read more

10 ต้นไม้มงคล ปลูกรับปีใหม่ 2558

  ต้นไม้มงคล ปลูกรับปีใหม่ 2558 ใครอยากเสริมสิริมงคลให้กับบ้าน ลองมาปลูกไม้มงคลยอดฮิตเหล่านี้ เพื่อพบเจอสิ่งดี ๆ รับปีใหม่กันเถอะ   ต้นไม้มงคล ชื่อเสียงเรียงนามก็บอกอยู่แล้วว่าหากปลูกไว้ในบ้าน จะสร้างความเป็นสิริมงคล ที่ทำให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้นจึงมีพรรณไม้มากมายที่คนไทยเรานิยมนำมาปลูกติดบ้าน เพราะนอกจากความหมายดี ๆ ที่เป็นมงคลแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น และให้ร่มเงาได้อีกด้วย เนื่องในโอกาสที่วันปีใหม่ใกล้เข้ามาทุกที วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอรวบรวมเอาไม้มงคลยอดฮิต สำหรับปลูกรับปีใหม่ 2558 มาฝาก จะมีต้นอะไรบ้าง ลองไปติดตามกันจ้า..      ต้นโป๊ยเซียน ต้นไม้แห่งโชคลาภที่คนไทยนิยมปลูกกันมากอีกชนิด เพราะเชื่อว่าจะทำลาภผลมาให้ และจะทำให้ครอบครัวสงบสุข ขณะเดียวกันบางคนยังเชื่อว่า โป๊ยเซียน เป็นต้นไม้เสี่ยงทาย หากบ้านไหนปลูกต้นโป๊ยเซียนออกดอกได้ 8 ดอก ก็จะมีโชคลาภ เงินทอง ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เพราะโป๊ยเซียนเป็นตัวแทนของเทพเจ้า 8 องค์ ที่จะนำความเจริญรุ่งเรือง และช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของ ทั้งนี้ตามเคล็ดปฏิบัติการปลูกต้นโป๊ยเซียน ควรจะให้ผู้ที่มีอายุ หรือญาติผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือมาลงมือปลูกให้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศมงคลของต้นโป๊ยเซียน จะยิ่งเสริมความเป็นสิริมงคลให้ผู้อยู่อาศัย และควรปลูกในวันพุธ เพื่อให้ดอกที่ออกงดงามตามความเชื่อคนโบราณนั่นเอง ที่สำคัญควรเลือกดอกสีเหลือง หรือสีส้ม จะเป็นมงคลที่สุด      ต้นบานไม่รู้โรย เขาว่ากันว่าบ้านไหนมีคู่รักต้องปลูกต้นบานไม่รู้โรยไว้ในบ้านด้วย เพราะชื่อบานไม่รู้โรยเป็นชื่อมงคล หมายความถึง ความยั่งยืน ความอดทน และไม่ย่อท้อ หากเปรียบกับความรักก็เหมือนความรักที่ยั่งยืน ช่วยให้คู่รักมีความผูกพันมั่นคงต่อกันไปนาน ๆ ปราศจากความโรยรา หรือผันแปรตลอดไปนั่นเอง ฟังแล้วน่าปลูกไว้จริง ๆ ^^      ต้นโกสน ไม้พุ่มหลากสีชนิดนี้ นิยมเป็นปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะภายในพระราชวัง

Read more

9 วิธีเตรียมพร้อม ก่อนพาสัตว์เลี้ยงออกเดินทางท่องเที่ยว

            วิธีเตรียมความพร้อมพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยว เหล่าสาวก Pet Lover ที่อยากพาสัตว์เลี้ยงติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย ต้องมาดูเคล็ดลับเตรียมความพร้อมกันหน่อย             สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักหากอยากเที่ยวต่างจังหวัดหรือเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ แต่ก็สงสารสัตว์เลี้ยง กลัวว่าถ้าทิ้งเขาให้เฝ้าบ้านจะทำให้เขาเหงาเอาได้ หลายคนเลยตัดสินใจหิ้วเจ้าสี่ขาขนปุยทั้งน้องหมาหรือน้องแมวไปเที่ยวด้วยซะเลย แต่ก่อนจะออกเดินทางท่องโลกกว้างอย่างสุขใจ ลองมาดูวิธีเตรียมพร้อมก่อนพาเจ้าสี่ขาร่วมทริปเที่ยวกับเราอย่างปลอดภัยก่อนดีกว่าค่ะ    1. พาหนะของสัตว์เลี้ยงต้องปลอดภัย             พาหนะหรือที่เรียกว่า กรงหรือคอกใส่สัตว์เลี้ยงเพื่อให้หิ้วไปไหนมาไหนด้วยง่าย ๆ จำเป็นต้องถูกตรวจสอบก่อนว่ามีความแข็งแรง ทนทาน กันกระแทก และกว้างขวางพร้อมทั้งมีรูระบายอากาศให้สัตว์เลี้ยงด้วยหรือเปล่า แต่หากคุณต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน ควรตรวจสอบก่อนว่า ข้อกำหนดในการนำสัตว์เลี้ยงโดยสารไปด้วยนั้นมีอะไรบ้าง เช่น กรงบรรจุสัตว์เลี้ยงต้องถูกต้องตามข้อกำหนดของสายการบินทุกระเบียดนิ้ว เป็นต้น    2. ติดป้ายชื่อกันหลงหาย             เมื่อออกนอกสถานที่ เจ้าสี่ขาของเราจะคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เจ้าของกับสัตว์เลี้ยงพลัดหลงกันได้ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ควรติดป้ายชื่อสัตว์เลี้ยงที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของ ทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และอีเมลเอาไว้ให้เรียบร้อย เผื่อสัตว์เลี้ยงพลัดหลงกับคุณเข้า ผู้ที่พบเห็นผ้ายชื่อที่ห้อยคอสัตว์เลี้ยงอยู่ จะได้นำสัตว์เลี้ยงของคุณมาส่งคืน    3. เพิ่มมาตการความปลอดภัยระหว่างทางด้วยสายรัดเข็มขัด             สำหรับคนที่พาสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด อาจจะต้องหาเบาะนั่งในรถสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือสายรัดเข็มขัดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะมาใช้สักหน่อย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและของสัตว์เลี้ยงเองด้วย เพราะระหว่างทางที่เรากำลังขับรถอยู่อาจมีบางช่วงที่ต้องเบรกอย่างแรง สัตว์เลี้ยงอาจทรงตัวไม่อยู่ เคลื่อนไปกระแทกกับส่วนของรถหรือตกเบาะเอาได้ หรือในกรณีที่คุณกำลังขับรถอย่างระวัง แต่เจ้าสี่ขาจอมซนมาพัวพันปีนป่าย ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้เช่นกัน    4. ขวดน้ำหมาแมว สิ่งที่ขาดไม่ได้             ในระหว่างวันน้องหมาและน้องเหมียวของเราต้องการน้ำไม่ต่างจากคนเลยนะคะ ฉะนั้นเมื่อจะหอบหิ้วเขาเดินทางไปเที่ยวกับเราด้วย อย่าลืมขวดน้ำสำหรับน้องหมาน้องแมวเด็ดขาด เติมน้ำสะอาดไปให้เต็มด้วยก็ดีค่ะ เมื่อน้องหมาน้องแมวหิวน้ำเมื่อไรจะได้เลียกินน้ำได้เลยทันที

Read more

10 สัญญาณบ่งบอก คุณกำลังรักสัตว์มากกว่าคน

    คนทุกคนต่างก็มีเพื่อนและสังคมของตัวเอง เพื่อพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นกัน แต่สำหรับบางคนอาจมองว่า การมีเพื่อนไม่ใช่เรื่องสำคัญสักเท่าไหร่ ขอแค่มีสัตว์เลี้ยงที่คอยอยู่เคียงข้างก็เพียงพอแล้ว จะเห็นได้ว่า บางคนเลี้ยงสัตว์จนรักเหมือนลูก และบางครั้งคู่รักก็ไม่เข้าใจกันเพราะเกิดคิดว่าเขาหรือเธอรักสัตว์เลี้ยงมากกว่าตัวเอง…เอ้า ไหนลองมาสำรวจกันหน่อยว่า คุณรักสัตว์เลี้ยงมากกว่าคนหรือเปล่านะ   1. เมื่อคุณจำเป็นต้องไปร่วมปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ แทนที่จะยืนพูดคุยกับคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงาน คุณกลับมองหามุมเงียบจิบเครื่องดื่มคนเดียว และชอบที่จะนั่งร่วมกับสัตว์เลี้ยงของเพื่อนมากกว่า   2. คุณมักจะบอกปัดหรือปฏิเสธการเดทอยู่เสมอ หากคนคนนั้นเคยพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของคุณ หรือไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสัตว์เลี้ยงของคุณได้   3. คุณชอบและรู้สึกประทับใจกับตุ๊กตารูปสัตว์นานาชนิดมากกว่าตุ๊กตารูปคน ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้   4. เมื่อคุณต้องเลือกระหว่างออกไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนฝูง หรือนอนบนเตียงกับสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณจะเลือกแบบหลังมากกว่า โดยแทบไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดเลย   5. ในสายตาของคุณไม่เคยรู้สึกประทับใจหรือสนุกสนานเมื่อเห็นเด็ก ๆ แกล้งหรือแหย่สัตว์เลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของเด็กหรือคนอื่น ๆ กำลังหัวเราะด้วยความเอ็นดูก็ตาม   6. ทุกครั้งที่เปิดโทรทัศน์คุณจะรู้สึกมีความสุขกับการดูโชว์เรียลลิตี้ติดตามชีวิตสัตว์ มากกว่าเรียลลิตี้ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตดารา และเซเลบฯ ทั้งหลาย   7. หากมีโปรแกรมการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง และกีฬาแมตช์สำคัญในวันเดียวกัน คุณเลือกที่จะตามไปดูการแข่งขันของสัตว์เลี้ยงมากกว่า โดยไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลย   8. ในขณะที่เพื่อน ๆ ของคุณกำลังพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน หรือชีวิตครอบครัวในอนาคต คุณกลับคิดถึงเรื่องสัตว์เลี้ยงที่คุณอยากนำมาเลี้ยงในอนาคตมากกว่า   9. ไม่ว่าระหว่างทางคุณกับเพื่อนจะพูดคุยเรื่องอะไรก็ตาม หากคุณเพิ่งเดินผ่านสุนัขตัวน้อยหน้าตาน่ารักเมื่อไหร่ เป็นต้องหยิบยกเรื่องสุนัขตัวนั้นขึ้นมาประเด็นแทรกเรื่องนั้น ๆ ทันที   10. คุณคิดมาตลอดว่า การอยู่กับสัตว์เลี้ยงนั้นดีกว่าการมีคนรัก เพราะนอกจากจะตั้งใจฟังทุกคำพูดของคุณแล้ว สัตว์เลี้ยงยังซื่อสัตย์ทำให้วางใจได้ด้วยว่า พวกมันไม่คิดนอกใจอย่างแน่นอน   ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสมมติฐานที่พอจะบอกได้ว่าคุณเป็นคนรักสัตว์ตัวยงเลยล่ะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะรักสัตว์มากกว่าคนเสมอไป

Read more

นักวิทย์ ฯ เผย เหตุที่ทำให้สัตว์ชอบการเป็นสัตว์เลี้ยง

ดูเหมือนว่าในอดีตคนกับสัตว์ไม่ค่อยใกล้ชิดสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างแยกกันอยู่เสียมากกว่า จนกระทั่งสภาพแวดล้อมกับความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  ส่งผลให้สัตว์บางชนิดกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของคนไปโดยปริยาย อย่างเช่น สุนัข แมว นก หรืออื่น ๆ ทั้งนี้หลายคนก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า จริง ๆ แล้วสัตว์เหล่านั้นมีความสุขกับการเป็นสัตว์เลี้ยงของคนหรือเปล่า ทั้งนี้ www.buzzfeed.com ได้เผยว่า ข้อสงสัยดังกล่าว ถูกนำไปสู่การค้นหาความจริงของทีมนักวิจัยจากแคลเทคหรือสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย นำโดย นายเดวิด แอนเดอสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา จากการทดลองกับหนู ทำให้พวกเขาพบว่า หนูจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทางบวกทุกครั้ง หลังจากที่หนูได้รับสัมผัสที่อ่อนโยนและแผ่วเบา ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของเส้นประสาทกับตัวรับสัญญาณที่มีชื่อว่า MRGPRB4 ซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณที่มีขนเป็นส่วนใหญ่ หลักการทำงานของ MRGPRB4 ในหนูคล้ายกับ C-tactile ในมนุษย์ กล่าวคือ หากเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณดังกล่าวถูกกระตุ้นก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุข เช่นเดียวกับหนูที่พวกเขานำมาทดลอง โดยทีมนักวิจัย พบว่า หลังจากที่หนูทดลองได้รับสารกระตุ้นเข้าสู่ร่างกายแล้ว หนูทดลองก็จะแวะเวียนกลับมาที่ห้องเดิมบ่อย ๆ  เพราะต้องการความรู้สึกแบบเดียวกันนี้อีก ซึ่งต่อมรับสัญญาณ MRGPRB4 ไม่ได้มีแค่ในสัตว์ประเภทหนูเท่านั้น แต่ยังสามารถพบได้ในสัตว์ทุกชนิดและทุกประเภท ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า สุนัข แมว หรือสัตว์อื่น ๆ อาทิ นก กระต่าย แม้กระทั่งสัตว์ใหญ่อย่าง หมี จึงดูผ่อนคลาย มีความสุข โดยเฉพาะเวลาที่มีคนเกาคาง หรือลูบขนให้ อีกทั้งพวกมันยังยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของใครหลาย ๆ คนด้วย ถึงแม้ว่า ที่มาของ MRGPRB4 จะยังไม่แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเรารู้ว่า การลูบไล้ขนของสัตว์อย่างอ่อนโยน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการผูกสัมพันธ์กับสัตว์ทั่วไป ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยตอบคำถามด้วยว่า เพราะเหตุใดบริเวณที่มีเส้นขนบนร่างกายมนุษย์ จึงไวต่อการสัมผัสมากกว่าจุดอื่น ๆ นอกจากนี้ผลการวิจัยของทีมแอนเดอสันยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาตัวยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บปวด รวมไปถึงการใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตด้วย   ที่มา :

Read more

กับดักแมววงกลม วิธีลัดจับแมวแบบไม่เสียเหงื่อ

  กับดักแมววงกลม เทคนิคหลอกล่อน้องเหมียวให้อยู่นิ่งแบบไม่น่าเชื่อ กับดักแมววงกลมทางลัดจับแมวที่ต้องไปพิสูจน์ อินเทอร์เน็ตเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของแมวมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีงานวิจัยเกี่ยวกับแมวที่น่าสนใจแล้ว ยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เอาไว้เล่นสนุกกับแมวได้ด้วย นั่นก็คือวงกลมหยุดแมว หรือกับดักรูปวงกลมที่ทำให้แมวหยุดนิ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนเจ้าของเองก็สามารถจับแมวได้ง่าย ๆ โดยไม่เสียเหงื่อเปลืองแรงวิ่งไล่จับแมวอีกต่อไป ซึ่งทุกคนสามารสร้างวงกลมกับดักแมวด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ แค่หยิบจับสิ่งของใกล้ตัว เช่น สายไฟ กระดาษกาว หรืออะไรก็ได้ มาต่อกันให้เป็นรูปวงกลมเท่านั้นเอง ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้น ก็มีการสันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นเพราะปกติแมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่เล็ก ๆ แคบ ๆ และปลอดภัย เช่น กับดักรูปวงกลมแบบนี้ ก็เลยทำให้แมวที่เคยซุกซนกลายเป็นแมวว่านอนสอนง่ายอย่างที่เห็นนั่นเอง     ที่มา : .kapook.com    

Read more

กล้วยสุกงอมจนเปลือกคล้ำ ช่วยต้านมะเร็งได้จริงหรือ

            มาร่วมกันไขข้อสงสัยที่ว่า กล้วยสุกงอมจนเปลือกเป็นสีคล้ำสามารถช่วยต้านมะเร็งได้จริงอย่างที่แชร์กันอยู่บนสังคมออนไลน์หรือเปล่า           จากที่มีข้อความที่แชร์กันบนสังคมออนไลน์ว่า กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ จนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั้นสามารถช่วยต้านมะเร็งได้ ทำให้เกิดความสงสัยกันไปว่า ข้อความเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริง เจ้ากล้วยสุกงอมนี้สามารถช่วยต้านมะเร็งได้อย่างไร วันนี้เราจะพาไปไขข้องใจกับอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กันค่ะ มาดูกันสิว่าเจ้ากล้วยที่สุกงอมมาก ๆ จนดูเหมือนไม่น่ากินนั้น มันประโยชน์จริงหรือไม่           อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ให้ข้อมูลถึงเรื่องนี้เอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripantว่า ข้อความที่แชร์ต่อกันมาเกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วยสุกงอมที่ช่วยต้านมะเร็งนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นข่าวลือที่มีในต่างประเทศกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แล้ว โดยอ้างถึงผลงานการวิจัยของนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ซึ่งระบุกันในข้อความที่ถูกส่งต่อกันไปว่า “กล้วยที่สุกเต็มที่ จะสร้างสาร TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการต้านมะเร็ง โดยเฉพาะในกล้วยไข่จะมีสารดังกล่าวมากที่สุด และยิ่งถ้าเปลือกมีสีดำคล้ำก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพ”           แต่จริง ๆ แล้ว สาร TNF ที่พูดถึงกันนั้นมีอยู่แต่ในระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น ไม่มีทางที่พืชชนิดอื่น ๆ หรือกล้วยจะสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ นอกจากนี้ในงานวิจัยก็ไม่ได้ระบุว่าให้คนรับประทานกล้วยสุก แต่แค่เพียงนำสารสกัดจากกล้วยฉีดเข้าไปในท้องของหนูเพื่อศึกษาการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยการวัดระดับของ TNF ในร่างกายหนู เพื่อบ่งบอกการทำงานเม็ดเลือดขาวเท่านั้น ซึ่งผลที่ได้ก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเมื่อรับประทานกล้วยสุกงอมแล้วจะทำให้ร่างกายสร้างสารดังกล่าวมากขึ้นแต่อย่างใด           นอกจากนี้อาจารย์เจษฎา ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า

Read more

Smartphone face โรคของคนติดมือถือ ดูแก่ก่อนวัยไม่รู้ตัว

  มาทำความรู้จักกับโรค Smart Phone face โรคอันตรายของคนติดสมาร์ทโฟน ถ้าไม่อยากผิวพรรณแก่ก่อนวัยต้องรีบเลี่ยง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นบรรดาสมาร์ทโฟนใช่ไหมล่ะคะ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มักจะเห็นคนก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจคนรอบข้าง ซึ่งแน่นอนว่าการใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปไม่ได้เพียงแค่สงผลเสียต่อมนุษย์สัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งโรคหนึ่งที่เราน่าจะเริ่มรู้จักกันแล้วก็คือโรค Text neck ที่ทำให้ปวดคอปวดไหล่กันเรื้อรัง แต่ก็ไม่ได้มีเพียงแค่โรคนี้เท่านั้น เพราะยังมีอีกโรคหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน นั่นก็คือโรค Smartphone face ที่ส่งผลเสียต่อผิวหนังบริเวณใบหน้าจนอาจจะทำให้ดูแก่ก่อนวัยเลยล่ะค่ะ แต่ว่าเจ้าโรคนี้จะเป็นอย่างไร และใครบ้างที่มีความเสียง วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปดูกันค่ะ ถ้าไม่อยากใบหน้าหย่อนคล้อยก่อนวัย ห้ามพลาดเลย โรค Smartphone face เป็นโรคที่เกิดจากการก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้ใบหน้าบริเวณโหนกแก้มและกล้ามเนื้อบริเวณแก้มสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนคล้อยลง ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ แต่เจ้าโรคนี้ก็จะทำให้คนหมดความมั่นใจและวิตกกังวลมากขึ้นจนทำให้ต้องไปพึ่งพาการศัลยกรรมความงามนั่นเอง อาการของโรค Smartphone face โรค Smartphone face แม้ว่าจะไม่จะไม่ทำร้ายสุขภาพโดยรวม แต่การที่ก้มลงมองหน้าจอ หรือจ้องสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตเป็นเวลานานเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดอาการเกร็งและไปเพิ่มแรงกดบริเวณแก้ม เมื่อแก้มถูกแรงกดติดต่อกันนาน ๆ เข้า ก็จะทำให้เส้นใยอิลาสติกบนใบหน้าสูญเสียความยืดหยุ่น จนทำให้กล้ามเนื้อแก้มบริเวณกรามย้อยลงมา แถมกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากก็จะตกไปทางคางด้วย จนใบหน้าอาจดูผิดแปลกไปจากเดิม อย่างไรก็ตามในเวลาปกติเราจะเห็นความผิดปกติของใบหน้าไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก แต่ถ้าหากถ่ายรูปเซลฟี่ หรือใช้วิดีโอคอลล์ละก็ รับรองว่าเห็นได้ชัดเจนเลยล่ะว่าใบหน้าดูหย่อนคล้อยไปจากเดิม และเพราะอย่างนี้นี่เองที่ทำให้หลาย ๆ คน เกิดขาดความมั่นใจจนต้องทำศัลยกรรมเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกซ์ หรือฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึงเหมือนเก่า แต่ก็จะมีผลแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แถมยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วยถ้าหากใช้สารเคมีเหล่านี้มากเกินไป โรค Smartphone face ใครเสี่ยงบ้าง เนื่องจากโรคนี้เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนโดยตรง กลุ่มเสี่ยงจึงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ติดสมาร์ทโฟนและใช้เวลาในการเล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานติดต่อกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในกลุ่มอายุเท่าใดก็ตาม แต่ถ้าเป็นในกลุ่มคนที่มีอายุมากแล้ว ก็อาจจะทำให้อาการเกิดขึ้นได้เร็วมากขึ้นเนื่องจากผิวหนังขาดความยืนหยุ่นอยู่แล้วค่ะ วิธีการรักษาโรค Smartphone face  โรคนี้แม้จะไม่มีการรักษาให้หายสนิทในทันที แต่ก็สามารถรักษาได้โดยการทำศัลยกรรม ซึ่งก็มีตั้งแต่การฉีดโบท็อกซ์

Read more

แฟชั่นทำลายสุขภาพ ตามเทรนด์แบบนี้ต้องเลี่ยง

  มาดูปัญหาสุขภาพที่อันตรายสำหรับชาวแฟชั่นนิสต้า ถ้าไม่อยากเจ็บป่วยเพราะแฟชั่นอย่าละเลยเด็ดขาด           สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคน แฟชั่นเปรียบเสมือนลมหายใจเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเทรนด์จะมาในรูปแบบไหน ก็สามารถตามแฟชั่นได้หมด ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่รู้กันหรือเปล่าคะว่าเสื้อผ้าและข้าวของที่คุณชื่นชอบเหล่านั้นสามารถสร้างปัญหาสุขภาพให้กับตัวคุณเองได้อย่างคาดไม่ถึง อย่างที่เว็บไซต์ huffingtonpost.com  นำมาบอกเล่าให้ฟัง ถ้าอยากเป็นแฟชั่นนิสต้าแบบสุขภาพดีละก็ ได้เวลาสำรวจตู้เสื้อผ้ากันแล้วค่ะ  กระเป๋าแฟชั่นใบใหญ่           การสะพายกระเป๋าหนัก ๆ สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ถึงแม้ว่าคุณสาว ๆ จะแย้งว่ามันมีแต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น คงไม่หนักอะไรมากมาย แต่เจ้าของเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ล่ะค่ะ เมื่อรวมกันแล้วมันก็สามารถทำให้ไหล่และคอต้องแบกรับน้ำหนักจนเกิดอาการปวดได้ ซึ่งการสะพายกระเป๋าหนัก ๆ เพียงข้างเดียวเป็นเวลานานอาจนำมาสู่ภาวะกระดูกสันหลังคดได้  ทำให้คุณสาว ๆ ปวดหลังอย่างรุนแรงและเรื้อรังได้ ดังนั้นถ้าหากจะเลือกซื้อกระเป๋าสักใบ ก็ควรจะเลือกซื้อขนาดที่พอเหมาะ และสามารถสะพายได้หลายแบบเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสะพายเอาไว้ที่ไหล่อย่างเดียวค่ะ  กระเป๋าเป้แฟชั่นของเด็ก           ผู้ปกครองหลายคนอาจจะตามใจบุตรหลานด้วยการซื้อกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ๆ รูปการ์ตูนให้เด็ก ๆ ใส่หนังสือไปเรียน ซึ่งขนาดของกระเป๋าที่ใหญ่เกินไปและหนังสือเรียนที่มีจำนวนมากจะส่งผลเสียให้กับเด็ก ๆ เช่นเดียวกับการสะพายกระเป๋าของผู้ใหญ่ ดังนั้นถ้าหากบุตรหลานของคุณเริ่มบ่นถึงอาการปวดหลังหรือคอ ควรจะรีบดูที่กระเป๋าเป้ก่อนเป็นอย่างแรกนะคะ  กระเป๋าสตางค์ของผู้ชาย           คุณผู้ชายจำนวนไม่น้อยคงจะชอบใส่กระเป๋าสตางค์เอาไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะสะดวกในการหยิบแต่มันก็ทำให้ปวดหลังได้ โดยเฉพาะกระเป๋าสตางค์ที่หนาผิดปกติ จะทำให้สมดุลของกระดูกเชิงกรานของหนุ่ม ๆ มีปัญหาได้เนื่องจากท่าทางการนั่งที่ผิดปกติ นานวันเข้าก็จะทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังของสะโพกด้านหลังและไหล่ได้ นอกจากนี้ยังทำให้เส้นประสาทถูกบีบอัดจนทำให้เกิดอาการชาที่ปลายประสาทส่วนล่างได้อีกต่างหาก ดังนั้นถ้าหากเป็นไปได้ เวลาที่ต้องนั่งนาน ๆ อย่างเช่นเวลาขับรถ หรือทำงาน ควรจะนำกระเป๋าออกมาวางเอาไว้ข้างนอก หรือใส่ไว้กระเป๋าด้านหน้าจะดีกว่านะคะ  รองเท้าส้นสูง          

Read more

เจาะเลือดที่นิ้ว รักษาเส้นเลือดสมองแตก จริงหรือมั่ว ?

  ปล่อยเลือด หรือเจาะเลือดที่นิ้ว ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้ ข้อมูลที่แชร์ว่อนโลกไซเบอร์มานานแรมปีเรื่องนี้ จะชัวร์หรือมั่วนิ่ม คำตอบอยู่ข้างล่างนี้           เชื่อว่าหลายคนคงเคยอ่านข้อมูลเรื่อง “ปล่อยเลือด” ช่วยชีวิตผู้ที่มีอาการหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน ที่แชร์กันมากมายในเฟซบุ๊กและส่งต่อเป็นฟอร์เวิร์ดเมล  โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างว่า เป็นความรู้ทางแพทย์แผนจีนของแพทย์ชาวไต้หวัน ระบุว่า เมื่อเส้นเลือดฝอยที่อยู่ในสมองแตก จะมีเลือดไหลซึมออกมาช้า ๆ สิ่งแรกที่ควรทำคือประคองผู้ป่วยให้เอนนั่งตัวตรงให้มั่น แล้วใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือทั้งสิบของผู้ป่วยให้มีเลือดไหลออกมา แล้วอีกไม่นานผู้ป่วยจะฟื้นขึ้นมาเอง  จากนั้นจึงค่อยนำส่งแพทย์ หากรีบอุ้มขึ้นรถพยาบาลไปหาแพทย์ทันที โดยไม่ปล่อยเลือดก่อน ผู้ป่วยอาจเกิดอาการช็อกขึ้นมาก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล ทำให้เส้นเลือดฝอยในสมองอาจแตกเกือบทั้งหมด           หลายคนอ่านแล้วเกิดคำถามขึ้นทันทีว่า วิธีการ “ปล่อยเลือด” เช่นนี้ ใช้ได้จริงหรือ ภายหลังจึงมีแพทย์ออกมาเตือนว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่ชาวเน็ตหลายคนก็ยังไม่ทราบ ยังคงแชร์ข้อความดังกล่าวนี้อยู่ ด้วยความหวังดีที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์           วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมานำข้อมูลดี ๆ จาก คุณหมอแมว และอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มาไขข้อสงสัยเรื่องนี้ให้ฟังอย่างชัดเจนอีกครั้ง ว่า ข้อมูลนี้่เป็นเพียงเรื่อง “ลวงโลก”!!! และขอให้หยุดแชร์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย           โดยก่อนหน้านี้ คุณหมอแมว พิรัตน์ โลกาพัฒนา  ได้เคยโพสต์เตือนเรื่องนี้ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วว่า การเจาะเลือดที่ปลายนิ้วหรือที่หู เพื่อรักษาโรคเส้นเลือดโลหิตในสมองแตก เป็นการปฐมพยาบาลที่ผิด ตามเนื้อหาต่อไปนี้ “ขอความกรุณาหยุดแชร์เรื่อง การรักษาโรคเส้นเลือดโลหิตในสมองแตกด้วยการเจาะเลือดที่หู (หรือปลายนิ้ว)         10. เป็นสิ่งที่ผิด เป็นการปฐมพยาบาลที่ผิด      1. โลหิตในสมองแตก

Read more

แพทย์แผนไทย เผยใช้ ใบยอ ย่างไฟ รักษาอาการปวดโรคเกาต์ได้ดี

  แพทย์แผนไทยจ.ศรีสะเกษใช้ใบยอย่างไฟรักาษาโรคเกาต์ (ไอเอ็นเอ็น)                   แพทย์แผนไทย ร.พ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ใช้ “ใบยอย่างไฟ” รักษาอาการปวดจากโรคเกาต์ ได้ผลดี                   วันนี้ (18 มกราคม 2558) นางสาวณัฏฐณิชา ธรรมวัตร แพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้ศึกษาวิจัยการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาการอักเสบจากโรคเกาต์ โดยการใช้ใบยอย่างไฟ เนื่องจากวิธีเดิมในการบรรเทารักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและอักเสบจากโรคเกาต์ ผู้ใช้แรงงานออกแรงกล้ามเนื้อเกินกำลัง หรือออกกำลังติดต่อกันเป็นเวลานาน จะใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบบริเวณที่มีการอักเสบภายใน 24 ชั่วโมง และอาจใช้ยาทาเพื่อลดการอักเสบเฉพาะที่ เพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลัน                   โดยที่โรงพยาบาลศิลาลาดมีผู้ป่วยกลุ่มนี้ใช้บริการเฉลี่ยเดือนละ 160 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-60 ปี เข้ารักษาเฉลี่ยปีละ 6 ครั้งต่อคน ผู้ป่วยบางคนมีอาการปวดกล้ามเนื้อมากต้องใช้บริการถึงเดือนละ 2 ครั้ง จึงได้คิดค้นวิธีการบรรเทาอาการปวดที่ประชาชนสามารถทำได้เอง โดยนำสมุนไพรพื้นบ้าน คือ “ใบยอ” ที่ใช้ทำห่อหมก ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ทุกครอบครัวจะมีปลูกไว้ที่บ้านและหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการรักษา เนื่องจากใบยอมีสรรพคุณแก้ไข้ ลดปวด ลดบวม อาการเคล็ดขัดยอก อาการปวดในข้อ กล้ามเนื้อแพลง แก้โรคเกาต์ ปวดตามข้อเล็ก

Read more

เผย 10 โรคฮิต ที่คนกรุงป่วยมากที่สุด

    เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 นางวันทนีย์ วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดเผยสถิติผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกลุ่มงานระบาดวิทยา กองควบคุมโรคติดต่อ สนอ. ได้รวบรวมไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 พฤศจิกายน 2557 พบว่า 10 อันดับโรคที่คนกรุงเทพมหานครป่วยมากที่สุด คือ 1. โรคอุจจาระร่วง จำนวน 35,837 ราย 2. โรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 18,428 ราย 3. โรคตาแดง จำนวน 9,390 ราย 4. โรคมือ เท้า ปาก จำนวน 8,075 ราย 5. โรคปอดอักเสบ จำนวน 7,164 ราย 6. โรคสุกใส จำนวน 5,064 ราย 7. โรคไข้เลือดออก จำนวน 4,238 ราย 8. อาหารเป็นพิษ จำนวน 2,845 ราย 9. โรคบิด จำนวน 296 ราย 10. คางทูม จำนวน 110 ราย ทั้งนี้  ผู้อำนวยการสำนักอนามัยได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่เพื่อติดตามเก็บข้อมูลหาสาเหตุของอาการป่วยดังกล่าวแล้ว เพื่อหาแนวทางแก้ไข

Read more

ดื่มนมจืดดีกว่ารสหวาน ป้องกันฟันผุ ลดเสี่ยงโรคอ้วน

  กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนให้เด็กไทยหันมาดื่มนมจืดกันมากขึ้น เพื่อลดนิสัยติดหวานที่นำมาซึ่งโรคอ้วน ทั้งยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านความสูง พร้อมแนะวิธีดื่มนมอย่างถูกต้องสำหรับคนทุกวัย   วันที่ 19 มกราคม 2558  ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า นมจืดมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกายมากกว่านมที่มีการปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและกลิ่น โดยเฉพาะนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์มีโปรตีนคุณภาพดี มีแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ หากเด็กหันมาดื่มนมจืดมากกว่านมรสหวาน จะช่วยลดพฤติกรรมติดหวาน ลดเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมติดหวาน ช่วยบำรุงความแข็งแรงให้กับฟัน ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคฟันผุจากการแปรงฟันไม่สะอาด และยังช่วยเสริมสร้างกระดูกที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กด้านความสูงด้วย โดยมีผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การดื่มนมวันละประมาณ 2 แก้วร่วมกับการออกกำลังกายประเภทที่มีการยืดตัว เช่น ว่ายน้ำ บาสเกตบอล และโหนบาร์ จะช่วยเพิ่มความสูงได้     สำหรับการดื่มนมที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการที่ดีก็คือ    เด็กก่อนวัยเรียนควรดื่มนมชนิดธรรมดาวันละ 2-3 แก้ว เด็กวัยเรียนดื่มวันละ 2 แก้ว วัยผู้ใหญ่ที่ต้องการดื่มนมเพื่อบำรุงร่างกาย หรืออยู่ในวัยผู้สูงอายุที่ต้องการดื่มเพื่อเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ควรดื่มนมชนิดพร่องมันเนย หรือขาดมันเนยวันละ 1 แก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไขมันเกิน ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว สำหรับผู้ที่ดื่มนมแล้วท้องอืด ท้องเสีย ควรดื่มนมหลังอาหารอย่างน้อย 1 แก้วโดยเริ่มดื่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้น ที่สำคัญคือ ไม่ควรดื่มนมในขณะที่ท้องว่าง     ที่มา :  .kapook.com

Read more

5 ข้อดีของการเขียนจดหมายด้วยลายมือ ที่โลกออนไลน์ไม่มี

  เขียนจดหมายด้วยลายมือ เป็นวิธีติดต่อสื่อสารที่คร่ำครึโบราณไปหน่อย แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มีข้อดีอยู่หลายข้อที่หาไม่ได้จากโลกออนไลน์ทุกวันนี้   การสื่อสารทางตัวอักษรผ่านโลกออนไลน์ทุกวันนี้ ทำให้เราติดต่อกันง่ายและรวดเร็วมากขึ้นแต่ก่อน แต่เชื่อเถอะว่าข้อความที่พิมพ์ถึงกันนั้น อ่านแล้วไม่ซึ้งเท่ากับข้อความที่เขียนด้วยจากลายมือแน่นอน  ที่สำคัญคือ การเขียนจดหมายหากันด้วยลายมือมีข้อดีหลายข้อที่โลกออนไลน์ไม่มี โดยเฉพาะ 5 ข้อดีต่อไปนี้ที่คนยุคออนไลน์อย่างเราอ่านแล้วจะพบว่านี่คือเรื่องจริง   1. ลายมือสะท้อนสุขภาพสมอง   ลายมือของเราบ่งบอกปัญหาสุขภาพสมองได้ จากผลการวิจัยหนึ่งเผยว่า การเขียนสะท้อนสุขภาพสมอง เพราะในขณะที่มือเขียน สมองของเราจะทำการเชื่อมโยงประสาทสัมผัสระหว่างแขนและมือที่เขียนกับการสะกดคำในสมอง ให้ทำงานสัมพันธ์กันเพื่อควบคุมลักษณะลายมือให้ออกมาสวยงาม ดังนั้น หากเราเขียนหนังสือไม่สวย ก็อาจเป็นไปได้ว่าประสาทสัมผัสของเรากำลังมีปัญหา ในขณะที่การส่งข้อความหากันในโลกออนไลน์นั้น อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสุขภาพของเราเป็นอย่างไร 2. ช่วยให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่นมากขึ้น    การเขียนจดหมายด้วยลายมือทำให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่น ยาวนานกว่าการพิมพ์ข้อความส่งหากัน เพราะการอ่านลายมือจะทำให้เรารู้ถึงความตั้งใจจริง และความจริงใจของผู้ส่งมา ซึ่งสามารถเกิดเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่กลายเป็นความรู้สึกผูกพันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ในขณะที่การพิมพ์ข้อความนั้น เราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าข้อความที่ส่งมาถูกส่งมาด้วยความตั้งใจมากน้อยแค่ไหน และสิ่งที่น่าคิดอีกอย่างก็คือ การพิมพ์โต้ตอบกัน ก็ใช่ว่าจะหมายถึงอยากคุยด้วย ดังนั้น ใครที่ได้รับจดหมายเขียนด้วยลายมือ ควรดีใจเถอะว่า คนเขียนเขาอยากติดต่อด้วยจริง ๆ   3. ฝึกนิสัยความละเอียด รอบคอบ   การเขียนจดหมายด้วยลายมือทำให้เราได้ฝึกนิสัยมีความละเอียดรอบคอบ เพราะเราต้องระวังเรื่องการเขียนคำผิด โดยที่ควรเขียนให้ผิดพลาดน้อยที่สุด เพราะถ้าลบบ่อยจะทำให้หน้ากระดาษไม่สวยงามทันที อ่านแล้วไม่ลื่นไหล อีกทั้งยังต้องระวังเรื่องคำฟุ่มเฟือยที่จะทำให้เปลืองพื้นที่หน้ากระดาษด้วย ในขณะที่การพิมพ์ข้อความตามความคิดนั้น หากผิดพลาดเราก็แค่กดลบแล้วพิมพ์ใหม่เท่านั้น   4. ตราตรึงในความทรงจำมากกว่า    แปลกแต่จริงที่เรามักจะสะสมจดหมายหรือโปสการ์ดที่เขียนด้วยลายมือมากกว่าการสะสมข้อความที่พิมพ์มา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งเป็นหลักฐานความทรงจำที่ชัดเจนว่าคนเขียนมีตัวตนจริง ๆ และเขาก็ตั้งใจส่งมาถึงเรา ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยสงครามโลก ทหารจะเขียนจดหมายส่งมาหาคนที่บ้านเพื่อบอกเล่าถึงสารทุกข์สุขดิบของตัวเอง ส่วนคนที่บ้านก็รอคอยว่าเมื่อไรจะส่งมาอีก เพราะถ้าหากยังส่งมาเรื่อย ๆ

Read more

5 กลเม็ดเคล็ด (ไม่) ลับ ชาร์จพลังร่างกายให้กลับมาฟิตหลังป่วย

  หลังจากป่วย เมื่อฟื้นตัว ก็รู้สึกอยากจะทำอะไรตั้งเยอะแยะแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีแรง ลองมาดู 5 วิธีฟื้นฟูกำลัง และชาร์จแบตให้ร่างกายแบบง่าย ๆ ที่รับรองว่าทำแล้วกลับมาฟิตเหมือนเดิมแน่นอน การฟื้นตัวหลังจากป่วย เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของร่างกาย เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เราต้องดูแลสุขภาพในช่วงนี้อย่างมาก แต่บางคนไม่รู้ว่าจะดูแลสุขภาพตนเองในช่วงนี้อย่างไร แถมยังคิดว่าหายแล้วจะรับประทานอาหารและกลับไปใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์แบบเดิม ๆ อย่างไรก็ได้ ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์เลยค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วในช่วงนี้เราจะต้องมีวิธีการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง แต่วิธีที่ถูกต้องน่ะมีอะไรบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมเลยหยิบยก 5 วิธีการฟื้นฟูและชาร์จพลังให้กลับมาฟิตเหมือนเดิมมาฝากกันจากเว็บไซต์ Skinny Ms. อยากกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหลังจากนอนป่วยซมมานานต้องรีบอ่านนะ รับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและผักผลไม้ ในช่วงฟื้นตัวจากอาการป่วยแรก ๆ เราจะรู้สึกหิวมากกว่าปกติเนื่องจากในช่วงที่ป่วยเราจะไม่ค่อยอยากจะรับประทานอะไรเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ควรจะที่จะเริ่มรับประทานอาหารหนัก ๆ ตั้งแต่แรกหลังจากฟื้นตัว ควรเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่สามารถย่อยได้ง่าย อย่างเช่นข้าวกล้อง ขนมปังกรอบ แอปเปิล และกล้วย ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอยู่ท้องได้นาน และเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติก็ควรรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ประโยชน์มาก ๆ และดีต่อสุขภาพอย่างเช่นอาหารคลีน เพราะร่างกายของคุณยังคงต้องการสารอาหารที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เติมสารเคมีหรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะอาหารเหล่านั้นจะมีโซเดียมสูงแถมยังไม่ค่อยมีสารอาหารที่มีประโยชน์เท่าไรนัก ดื่มน้ำมาก ๆ  น้ำถือเป็นฮีโร่ตัวสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณฟื้นฟูร่างกายหลังจากการป่วยได้ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยชะล้างสารพิษออกไปจากเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังในการต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้การดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายมาก ๆ ยังช่วยทำให้ระบบนำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยที่หลงเหลืออยู่ด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาว และส่งไปยังระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อทำลายเชื้อไวรัสที่ยังหลงเหลืออยู่ค่ะ แต่ถ้าคุณเบื่อจะต้องดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ก็ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำหมักผลไม้ หรือ Infused Water ก็ช่วยทำให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอแถมยังช่วยให้สดชื่นอีกด้วยนะ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารมัน แม้ว่าน้ำตาลจะช่วยทำให้ร่างกายมีแรง แต่การรับประทานอาหารหรือแม้แต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก ๆ ก็อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแรงกว่าเดิม เนื่องจากการรับประทานน้ำตาลมาก ๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรง นอกจากนี้

Read more

“แมวหน้าบึ้ง” ตัวนี้ทำเงินให้เจ้าของ 3,200 ล้านบาทใน 2 ปี

เจ้า “แมวหน้าบึ้ง” ที่โด่งดังบนโลกออนไลน์ด้วยสีหน้าอารมณ์ และความรู้สึกที่ดูบูดบึ้งตลอดเวลาตัวนี้นั้น ทำรายได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 3,200 ล้านบาทให้กับ Tabatha Bundesen เจ้าของของมันที่ Morristown, Ariz ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งเจ้าแมวตัวนี้นั้น เกิดมาด้วยสภาพที่เป็นแคระ และมีหน้าตาแบบนี้ตั้งแต่เกิด Bundesen กล่าวว่า แมวของเธอ ซึ่งมีชื่อว่า Tardar Sauce นั้น ถูกทาบทามให้ลงปกหนังสือ โฆษณา ภาพยนตร์ มาตั้งแต่ปี 2012 โดยครั้งแรกเริ่มลงใน Reddit และ YouTube และหลังจากที่แมวของเธอเริ่มสร้างรายได้ทาง Social Media ทำให้เธอสามารถลาออกจากการประจำจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟได้ และนี่คือวิดีโอแมวของเธอที่แพร่หลายมากบนโลกออนไลน์ มียอดวิวกว่า 16 ล้านวิวเลยทีเดียว Real Grumpy Cat “สิ่งที่เจ้าแมวตัวนี้ทำสำเร็จ มันน่าทึ่ง และไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมาได้” – Bundesen นับตั้งแต่เจ้าแมวตัวนี้เริ่มออกสื่อ และโลกออนไลน์เมื่อสองปีก่อน จนถึงตอนนี้ มันสร้างรายได้แล้วกว่า 3,200 ล้านบาท จากทั้งการลงปก ลงโฆษณา การโชว์ตัว การเป็นพรีเซนเตอร์กาแฟของเธอเองกับชื่อ “Grumppuccino” นอกจากนี้เจ้าแมวตัวนี้ยังเป็น “spokescat” ให้กับอาหารแมว Friskies อีกด้วย ทำให้ได้มีโอกาสลงปก New York magazine เลยทีเดียว และตอนนี้เจ้า Tadar Sauce มีเอเจนท์ตัวแทนดูแลคือ Ben

Read more

แฟชั่นรองเท้าหน้าหนาวที่สาวๆห้ามพลาด!!

เริ่มย่างก้าวเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว มาถึงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวรับลมหนาว และเทศกาลส่งความสุข ไม่ว่าจะเป็นคริสมาสต์หรือปีใหม่ และหัวใจสำคัญในการนำพาเราไปสู่การท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานโดยไม่ติดขัด แถมยังเป็นแฟชั่นที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ต้องเตรียมพร้อมรับลมหนาว นั่นก็คือ รองเท้าที่สวมใส่สบาย เก๋ไก๋ แบบสาวๆ สไตล์ชิคเกิร์ล ที่พวกเธอควรมีไว้สำหรับหน้าหนาวนี้ พกความมั่นใจในการย่างก้าว แบบสวยๆ เริศๆ โฮะๆ (หัวเราะพร้อมทำหน้าสวยตาม) ว่าละ!! พร้อมกันรึยังสาวๆ ตามไปดูกันเลยว่า ว่ารองเท้าแบบไหนที่เหมาะสม สำหรับแฟชั่นรับลมหนาวในฤดูกาลนี้จ้า หน้าหนาวนี้สาว ๆ ควรให้ความอบอุ่นหรือสวมใส่รองเท้าที่ให้การห่อหุ้ม และสวมใส่สบาย ที่สำคัญให้ความอบอุ่นแก่เท้าของเราด้วย ปกป้องการเป็นส้นเท้าแตก ควรมองหา บู๊ทสวยๆ และ รองเท้าผ้าใบ จะแบบสั้นหรือยาว สูงหรือเตี้ย เลือกได้ตามความชอบ เลือกที่เราใส่สบายไม่เมื่อย และเข้ากับบุคลิกของตนเอง แต่เราขอแนะนำว่าควรมีติดไว้ รองเท้า 2 คู่ เป็น บู๊ท 1 คู่ และ ผ้าใบ 1 คู่ ใส่สลับกันได้ตามความเหมาะสม แต่ถ้ามีทริปที่พวกเธอต้องลุยหิมะ หรือ เดินบนพื้นน้ำแข็ง ควรเลือกบูทพื้นแบน พื้นรองเท้าทำมาจากยางกันลื่น และแบบกันน้ำ จะเหมาะสมกว่านะจ๊ะ รองเท้าบูทเป็นรองเท้าที่เหมาะมาก สำหรับใส่ช่วงหน้าหนาวนี้ … อากาศหนาวเย็นแบบนี้สาวๆ อย่าลืมเลือกสวมใส่รองเท้าบูทหรือรองเท้าผ้าใบกันนะคะ เพื่อให้ความอบอุ่นกับเท้าน้อยๆของเราด้วยนะคะ ควรเลือกซื้อตามความชอบ โอกาส และความเหมาะสม ค่ะ จะเป็นมือ 1 หรือมือ 2 ก็แล้วแต่ความสบายกระเป๋าเลย ว่าแล้ว ขอตัวไปจองตั๋วทริปท่องเที่ยวปีใหม่รับลมหนาวก่อนนะจ๊ะ สาวๆ บ๊ายยยยย!! —————————– ที่มา :

Read more

คุณแม่ยังสาว^^ อายุ 41 กับลูกชายวัย 14

อู่ เหวินซวน คุณแม่ไต้หวันหน้าเด็กเว่อร์ อายุ 41 แต่หน้ายังเอ๊าะ ถ่ายรูปกับลูกชายวัยรุ่นยิ่งดูไม่ออกเลยว่าเป็นแม่ลูกกัน ! โอ๊ย ตาย ๆ ๆ เห็นรูปถ่ายกันอย่างมุ้งมิ้งเกือบจะเข้าใจว่าเป็นแฟนกัน แต่ที่ไหนได้ นี่คือนางฟ้าหน้าเด็ก “อู่ เหวินซวน” (Wu Wen Xuan) ชาวไต้หวัน อายุอานามตามที่ระบุไว้บอกว่าเธอปาเข้าไปหลักสี่ที่ 41 ปีแล้วจ้า ส่วนหนุ่มน้อยข้าง ๆ นั่นก็ลูกชายวัย 14 ปีของเธอนั่นเอง เห็นสวยปิ๊งกระชากวัยแบบนี้ บอกได้เลยว่าคุณแม่เหวินเสวี่ยนคนนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับการดูแลความงามมาแล้ว 3 เล่มด้วยกัน และยังเขียนบทความเรื่องความสวยความงามให้กับเว็บไซต์อีกหลายแห่งด้วย ใส่ใจเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่จะดูแลตัวเองได้ดีเว่อร์จนสาววัยรุ่นยังอาย หน้าเด็กเว่อร์อย่างนี้ ลูกชายต้องคอยประกบติดมามี๊ให้ดีเลยนะ ปกติมีแต่แม่หวงลูกไม่ให้อยากให้มาจีบ อันนี้คุณลูกต้องหวงคุณแม่ระวังมีหนุ่ม ๆ มาวอแวนะจ๊ะ เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก blog.asiantown.net ที่มา : kapook.com

Read more

เทรนด์แฟชั่นเสื้อกันหนาวมีหู

เทรนแฟชั่นเสื้อกันหนาว ใกล้จะปีใหม่กันแล้ว หลายคนคงจะกำลังเตรียมตัวที่จะไปเที่ยวต้อนรับลมหนาวกันละซิ นอกจากจะต้องเตรียมหาเสื้อกันหนาวไว้เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายกันแล้ว วัยรุ่นอย่างเราก็ต้องมีเรื่องแฟชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และเทรนด์ฮิตสำหรับแฟชั่นเสื้อกันหนาวก็คือ “เทรนด์เสื้อกันหนาวมีหู” ถ้ายังไม่มีรีบหาซื้อกันได้แล้วนะเพื่อนๆ รับรองว่ายังฮิตกันอีกนาน เก็บไว้ใช้ได้ตลอดด้วย เวลาถ่ายรูปออกมาก็ได้ลุคสดใสแบ๊วๆ โดดเด่นกว่าใครในภาพแน่นอน แถมมีหลากหลายให้เลือกสารพัดสัตว์ ทั้งหูแมว หมี กระต่าย เสือ มีให้เพื่อนๆ ได้เลือกกันตามใจชอบแน่นอน การเลือกซื้อเสื้อกันหนาว วันนี้มีเทคนิคการเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมาฝากสาวๆและคุณแม่บ้านที่กำลังเตรียมตัวรับลมหนาวกันค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าของเก่ายังพอนำมาปรับเปลี่ยนใช้กันได้ก็อาจจะไม่ต้องซื้อก็ได้นะคะ เพราะช่วงนี้ก็รู้กันอยู่ว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาลงแต่ถ้าคนไหนกำลังมองหาเสื้อตัวใหม่ ตามไปอ่านเทคนิคการเลือกซื้อกันเลยค่ะ ช่วงนี้ลมหนาวกำลังจะพัดผ่านเข้ามา เห็นทีจะต้องรีบเตรียมรับมือกันหน่อยแล้ว ด้วยการออกไปช้อปเสื้อกันหนาวกิ๊บๆ เอ…แต่ก่อนที่จะไป ลองแวะอ่านเคล็ดลับดีๆ ก่อนดีมั้ย เผื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งน้ำตาตกช้ำใจกันทีหลังค่ะ การเลือกเส้นใยของเสื้อกันหนาว? ก่อนที่ จะฟันธงเลือกตัวไหน ขอให้นึกถึงคุณสมบัติเด่นๆ ของใยธรรมชาติเป็นอันดับแรก เพราะเส้นใยที่มาจากธรรมชาติอย่างขนสัตว์นุ่มๆ เนี่ย จะให้ความอุ่นได้ดีกว่าใยสังเคราะห์เชียวละ แม้ในกรณีที่เปียกน้ำหรือชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วก็ตาม เพราะเสื้อที่ทำจากขนสัตว์จะระบายอากาศได้ดีกว่าใยสังเคราะห์ เลยทำให้เหงื่อหรือความชื้นระเหยออกมาได้เร็วกว่านั่นเองค่ะ แต่ถ้าจะให้เวิร์กสุดๆ ต้องเลือกซื้อเสื้อที่ทำมาจากขนสัตว์ (โดยเฉพาะขนแกะ) ผสมกับอะครีลิกในอัตราส่วน 60/40 นะคะ เพื่อความคงทนต่อการใช้งานและง่ายต่อการเก็บรักษาค่ะ การเลือกขนาดของเสื้อกันหนาว ไม่ควร เลือกซื้อแบบที่พอดีตัวมากเกินไป ประเภทขยับนิดขยับหน่อยก็อึดอัดหายใจไม่ออกรีบเซย์โนไปเลยนะ ทางที่ดีควรเลือกเผื่อไปอีกสักหนึ่งไซส์ จะทำให้สวมใส่สบายขึ้นค่ะ ควร ระลึกไว้เสมอว่า เสื้อกันหนาวนะคะ ไม่ใช่ผ้าห่มคลุมตัว ถึงจะได้ซื้อมาแบบไซส์ใหญ่ยักษ์ ควรเลือกซื้อแบบที่มีความยาวพอดีตัวหรือถ้าเป็นเสื้อโค้ต ก็ควรมีความยาวประมาณ 3/4 กำลังดี ส่วนแขนเสื้อก็ควรจะยาวเลยข้อมือไป จะทำให้ดูไม่เชยและคล่องตัวมากขึ้นค่ะ การเลือกสีเสื้อกันหนาว ลืมเรื่องสีๆ ไปได้ไง คุณควรเลือกสีที่อยู่ในโทนธรรมชาติหรือคลาสสิก อย่างสีน้ำตาล เทา หรือดำ มากกว่าการซื้อแบบสีแจ๊ดๆ แรงๆ อย่างสีแดงหรือสีบานเย็นนี่ละหนีไปให้ไกลๆ เลยนะนะ และควรเลือกสีและแบบให้แมตช์กับสไตล์การแต่งตัวของตัวเองด้วย ขอ แนะก่อนไปช็อป

Read more

เทคนิคการใส่รองเท้า Converse ให้มิกซ์แอดแมทซ์ และคูลที่สุด

รองเท้า Converse เป็นรองเท้าที่สามารถใส่ได้ทุกเพศทุกวัยจริง แถมยังใส่ได้เกอบทุกโอกาสเลยทีเดียว แบบไม่มีวันตกยุคอย่างแน่นอน สาวๆ อย่างเราก็ต้องมีติดตู้เสื้อผ้าไว้อย่างน้อยคู่สองคู่กันนั้นและเนอะ…แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเอามามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่กันยังไงล่ะก็ วันนี้เราได้มีวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์ของการใส่คอนเวิร์สมาให้เป็นแนวทางกับสาวๆกันเลยค่ะ ถ้ายังคิดไม่ออกลองนำไปเป็นตัวอย่างดูนะค่ะ มากันที่แบบแรกเลยจ้า ใส่รองเท้าคอนเวิร์สกับชุดเดรส แบบสาวหวานๆ ก็ดูน่ารักนะค่ะ จะใส่เป็นชุดเดรสแบบเก๋ๆ กับคอนเวิร์สก็สวยได้เหมือนกันจ๊ะ หรือจะเป็นชุดเดรสแนวเซ็กซี่สีดำ ใส่กับคอนเวิร์สีดำก็โอเคนะจ๊ะ ใส่กระโปรงยาวๆ พลิ้วก็ยังเข้ากับคอนเวิร์สได้นะ ใส่ถุงเท้าลายน่ารักๆ กับคอนเวิร์สหุ้มข้อก็เข้ากันนะจ้า หรือจะเป็นแนวร็อคๆ ด้วยเสื้อหนังกับคอนเวิร์สสีดำ…ร็อคเกอร์สาว สวยเท่ๆ ด้วยเสื้อหนังเบรคให้ดูน่ารักๆ ด้วยกางเกงลายจุด แต่ถ้าใครไม่ชอบส่เสื้อหนังก็ใส่เป็นกางเกงหนังก็ได้นะจ๊ะ ดูเท่ไปอีกแบบหนึ่ง แต่งตัวเก๋ๆ กับกางเกงขาสั้นไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้นแบบผ้าธรรมดา หรือจะเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นหลากหลายสีสัน..ดูเข้ากันกับคอนเวิร์สได้ทุกคู่เลย แค่มีเสื้อลูกไม้ ขาสั้น และคอนเวิร์สสีดำก็ดูดีได้แล้ว เชื่อว่าสาวๆ ต้องเคยใส่คอนเวิร์สกับกางเกงยีนส์ขายาวกันทุกคนอย่างแน่นอน..คลาสสิคสุดๆ เลคกิ้งเปรี้ยวๆ ก็เข้ากับคอนเวิร์สเหมือนกัน หรือจะเด่นที่กางเกงสกินนี่สีน่ารัก แมทช์กับคอนเวิร์สสีดำ กระเป่าและหมวก จับคู่เสื้อไหมพรมกับคอนเวิร์สสีสวยน่ารักสักคู่ ก็สวยได้แล้ว แต่งแนวเซอร์ๆ กับวันหยุดด้วยยีนส์ขาดๆ กับแว่นกันแดดซักอัน หรือว่าลองใส่คอนเวิร์สสีสันสดใส เพื่อทำให้ชุดสีขาวดำไม่ดูน่าเบื่อดูสิ ไหนๆ ก็ใส่ผ้าใบแล้ว มาแนวสปอร์ตตี้เลยล่ะกัน แต่ถ้าใครชอบแต่งดำทั้งตัว ตัดด้วยคอนเวิร์สสีขาวก็เข้ากันดีจ้า เสื้อคลุมยีนส์ กับคอนเวิร์สก็ให้ลุคสบายๆ ในวันหยุดได้ จะกับกางเกงหรือกระโปรงก็สวยจ้า จัดกันไปเต็มๆ เลยจ้า กับวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์กับรองเท้าคอนเวิร์ส มีทั้งแบบแนวหวาน แบบเท่ แบบเซอร์หรือจะเป็นแบบเปรี้ยวก็ได้ เป็นไงกันบ้างจ้า พอได้ไอเดียวการใส่คอนเวิร์สกันไปบ้างไหม สาวๆ ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทซ์กับสไตล์การแต่งตัวของตัวเองกันดูนะจ้า รับรองว่าสาวๆ ต้องออกมาสวยได้อย่างแน่นอน ที่มา : yenta4

Read more

แรงบันดาลใจแต้มสีให้กับบ้าน

แรงบันดาลใจ บ้านใหม่ “สีสันในแจกันสวยกับมุมต่างๆ ภายในบ้าน” หลายๆ คนอยากจัดแจกันดอกไม้ให้ดูมีดีไซน์ที่แปลกตา และสามารถนำมาประดับตกแต่งตามมุมบ้านได้อย่างลงตัว แต่ที่แน่ๆ การทำอย่างนี้ได้ต้องเป็นคนที่รักธรรมชาติ รักงานศิลปะ และต้องเป็นคนใจเย็น มือเย็นเป็นหลัก การรังสรรค์มุมต่างๆ ภายในบ้านให้สวยสดงดงามอย่างมีศิลปะ ก็ต้องเริ่มจากการหาตัวช่วยให้ได้เสียก่อน บางคนได้รับอิทธิพลจากหนังสือการจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเขียนโดยกูรูผู้เชี่ยวชาญ บางคนแค่เห็นภาพดอกไม้ในแมกกาซีนก็อาจจะเลียนแบบตามภาพไปเลยก็มี หรือบางทีก็เรียนลัด Shortcut คลิกฝันไปที่โลกอินเทอร์เน็ท หาข้อมูลความรู้ผ่านเว็บที่แนะนำการจัดแจกัน การเลือกดอกไม้ การเลือกกระถาง การเลือกแจกัน เป็นต้น แต่ก็มีอีกหลายคนที่เพียงแค่เดินดูดอกไม้สดที่ปากคลองตลาดก็สามารถนำไปแตกไอเดียการจัดสวนได้เลยเชียว เมื่อเรามีแรงบันดาลใจเป็นตัวร้อยเรียงเพื่อให้บ้านหลังน้อยได้สวยสวมใจ เรามาเริ่มแต่งแต้มบรรยากาศภายในบ้านด้วยดอกไม้สีสวยในมุมต่างๆ กันดู Creative Blooming ดอกเดี่ยว…ในห้องรับแขก ส่วนใหญ่ห้องรับแขกจะมีจุดวางแจกันสวยก็คือ โต๊ะกลาง และชั้นวางของติดผนัง หรือโต๊ะเข้ามุมเพื่อวางกรอบรูปสวย โคมไฟตั้งโต๊ะบ้าง ดังนั้น หากต้องการจัดแจกันประดับด้วยดอกไม้สีสวย ก็ควรเลือกแจกันที่มีรูปทรงกะทัดรัด เพื่อป้องกันการตกแตก ตัวอย่างเช่น บนชั้นวางของบิลท์อินที่สูงกว่าสายตามักเป็นมุมที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจสักเท่าไร หากเราได้มีแจกันเงินทรงกลม ขนาดกระจุ๋มกระจิ๋ม แล้วปักด้วยดอกไม้สีจัด ตัดก้านดอกให้สั้นพอเสียบแจกันได้ นำวางเรียงรายบนชั้น ก็ดูมีสีสัน จำเริญสายตาขึ้นเป็นกอง แต่จะเลือกดอกอะไรมาปักไว้ในแจกัน งานนี้เลือกดอกกล้วยไม้คัทลียาสีม่วงเท่านั้นก็ทำให้ชั้นวางของน่ามองยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โต๊ะกลางด้านหน้าโซฟารับแขก อาจจะลองจัดเป็นถาดดอกไม้ดูมีดีไซน์บ้าง หากโต๊ะไม่ได้ใหญ่มากนัก ใช้แจกันกระเบื้องเคลือบสีเรียบ กับดอกกุหลาบหนูหลายๆ สีตัดใบให้เหลือน้อยที่สุด และตัดก้านให้สั้นนำมาปักแซมเบียดกันให้เป็นทรงกลม วางไว้บนโต๊ะหน้าโคมไฟก็สร้างความสุขตา สบายใจได้อีก บูเก้…มุมรับประทานอาหาร หากโต๊ะรับประทานอาหารมีเพียงแค่รับรองสมาชิกในครอบครัว เพียง 4-5 คน แนะนำให้จัดเป็น “บูเก้” น่ารักๆ วางไว้บนโต๊ะจะดีกว่า โดยภาชนะที่นำมาใช้อาจจะเป็นถ้วยใส่ไข่ต้ม แทนแจกันก็เก๋ดี ส่วนดอกไม้ที่เลือกให้เน้นดอกตูมๆ เข้าไว้ เช่น ดอกทิวลิปสีอ่อน อาจเป็นสีเหลืองนวลๆ ดอกแดฟโฟดิล

Read more

5 ความลับที่แมวเหมียวไม่อยากให้เจ้าของรู้

หลายคนคงจะเลี้ยงแมวและสนิทสนมกับเจ้าเหมียวของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ทราบหรือไม่ว่าแมวเหมียวพวกนี้มีความลับแอบปกปิดคุณอยู่ 1. ฉี่ของแมวจะเรืองแสงเมื่อส่องด้วยแบล็คไลท์ ในปัสสาวะแมวมีองค์ประกอบของสารเรืองแสงอยู่ด้วย 2. แมวไม่ชอบกินน้ำที่วางอยู่ข้างอาหาร เวลาให้อาหารแมวอย่าวางถาดน้ำไว้ข้างถาดอาหาร แมวอาจจะไม่กินและเดินหาแหล่งน้ำใหม่กินและอาจเจอน้ำไม่สะอาด ทำให้กินไปแล้วป่วยได้ สาเหตุเนื่องจากแมวมีสัญชาติญาณนักล่า เมื่อล่าเหยื่อและกินแล้ว ซากเหยื่ออาจทำให้น้ำบริเวณนั้นปนเปื้อน แมวจึงมักเดินไปหาน้ำจากแหล่งอื่นกิน แต่เมื่อมาอยู่ในบ้าน สัญชาตญาณนั้นก็ยังคงอยู่ 3. แมวจะนอน 16 ชั่วโมงต่อวัน โดยสัญชาติญาณนักล่าของแมวแล้ว แมวจะตื่นเมื่อยามรุ่งสางและก่อนตะวันตกดินเท่านั้น เพราะเหยื่อของแมวจะออกหากินในเวลานั้น เมื่อไม่ได้ล่าเหยื่อก็จะหยุดพักนอนเอาแรง โดยแมวจะใช้เวลาเมื่อตื่นถึงสองในสามทำความสะอาดตัวเอง 4. แมวแทบจะไม่ร้องเหมียว ๆ หากันเลย เมื่อลูกแมวเกิดมา แมวจะมองไม่เห็น และไม่ได้ค่อยยิน เนื่องจากพัฒนาการยังไม่เจริญเติบโต ดังนั้นลูกแมวจึงส่งเสียงร้องเพื่อเรียกความสนใจจากแม่ แต่เมื่อแมวโตแล้ว แมวจะสื่อสารกันด้วยวิธีการอื่น เช่นท่าทางและส่งเสียงแบบอื่น ๆ แทน โดยปกติแล้ว แมวจะร้องเหมียวๆ เพื่อสื่อสารกับคนเท่านั้น 5. ตลอดช่วงชีวิตของแม่แมว แม่แมวจะสามารถออกลูกได้ประมาณ 100 ตัว …ซึ่งลูกแมวแต่ละครอกที่เกิดมานั้น อาจเกิดจากพ่อแมวคนละตัว !?! ชู่วววว์…รู้แล้วอย่าไปบอกใครนะ หง่าวววว ที่มา: BuzzFeedYellow ต้นเรื่อง : meekhao.com

Read more

มาดูดารา ” รุ่นเดอะ ” กับชุดว่ายน้ำที่ สาวๆ รุ่นใหม่ยังอาย

เห็นดาราสาวๆ พากันถ่ายแฟชั่น ชุดว่ายน้ำ เซ็กซี่ กันอยู่บ่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศมาดูในสไตล์ รุ่นใหญ่ ระดับตัวแม่ (แม่ของจริง) แต่ต้องขอบอกว่า แต่ละคนนั้นไม่ธรรมดานะจ๊ะ สมัยสาวๆ แต่ละคุณแม่เหล่านี้ เค้าก็เคยผ่านการถ่าย ชุดว่ายน้ำ กันมาแล้วแทบทั้งนั้นและที่สำคัญหุ่นเซี๊ยะไม่แพ้ดารารุ่นๆสมัยนี้ งานนี้บอกเลยว่าสาวๆรุ่นเล็กเห็นแล้วอาจมีอึ้งกันเลยทีเดียว เราเลยรวมภาพ ชุดว่ายน้ำรุ่นใหญ่ มาให้ได้ชมกัน บางคนถ่ายเมื่อครั้งยังสาวๆ และบางคนเพิ่มมาถ่ายเมื่อไม่นาน แต่ดูแล้วนึกว่าถ่ายตั้งแต่ยังสาว เอ๊ะยังไง อะไร เชิญชมกันเลยจ้า บุ๋ม รัญญา ปัจจุบันอายุ 46 ปี เงาะ กชกร นิมากรณ์ อายุ 43 ปี แก้ว อภิรดี ภวกูตานนท์ อายุ 49 ปี ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล อายุ 53 ปี ฮันนี่ ภัสสร อายุ 45 ปี ตุ๊ก ญาณี อายุ 54 ปี ปรียานุช ปานประดับ อายุ 51 ปี ปิยะมาศ โมนยะกุล อายุ 62 ปี จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ อายุ 56 ปี จิ๊ อัจฉราพรรณ อายุ 62 ปี

Read more

ทึ่ง!! คู่รักเฒ่าตั้งใจล่องเรือ 1 สัปดาห์ แต่ดันได้กลับเข้าฝั่งในอีก 16 ปีถัดไป

“ชีวิตเปลี่ยนแผนได้เสมอ” นั่นคือความจริงอันน่าทึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับคู่รักวัยเกษียณที่หมีขาวต้องขอชาบู หลังจากพวกเขาได้ก่อวีรกรรมและพบเจอกับการผจญภัยอันยิ่งใหญ่…ที่ตอนแรกแค่ตั้งใจจะล่องเรือออกทะเลไป 1 สัปดาห์ แต่ไปๆมาๆดันเปลี่ยนแผนออกท่องรอบโลกยาวนานกว่า 16 ปี ฝ่าน่านน้ำกว่า 51 ประเทศ ยาวกว่า 51,000 ไมล์ แถมยังเจอทั้งชนเผ่าประหลาดและโจรสลัดโซมาเลีย!!!! โดยนี่เป็นการผจญภัยอันน่าเหลือเชื่อของคู่รักอย่างลุง Clive และคุณป้า Jane Green พวกเขาเริ่มล่องเรือในช่วงวันหยุดของฤดูร้อนในปี 1998 และตอนนั้นก็วางเป้าแค่ว่าอยากจะไปชมไอร์แลนด์และสเปนให้ได้สักครั้ง แต่ยิ่งล่องเรือ พวกเขากลับยิ่งอยากเห็นโลก แล้วก็เลยคุยกันใหม่ว่า “หรือพวกเราจะท่องรอบโลกกันดีที่รัก” แล้วทั้งคู่ก็ออกท่องโลกจริงๆจากความคิดขำๆนั้น ที่มา: dailymail รูปภาพ: Wales News Service ต้นเรื่อง : meekhao.com

Read more

ชาวอเมริกันตาสว่าง เลิกกินซีเรียล

ใครๆก็รู้ว่าการกินอาหารเช้าเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่อาหารเช้าที่ดีคืออะไร ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ โดยเฉพาะอาหารเช้ายอดฮิตอย่างซีเรียล แต่ล่าสุด ประเทศต้นตำรับซีเรียลอย่างสหรัฐฯกลับเริ่มละทิ้งเมนูอาหารเช้าชนิดนี้แล้ว เพราะเห็นว่าไม่ดีต่อสุขภาพ เคลล็อก บริษัทผู้ผลิตอาหารเช้าประเภทซีเรียลชื่อดัง ออกมายอมรับว่ายอดขายทั่วโลกประจำไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไตรมาสที่สองของปีนี้ ตกต่ำกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันถึง 16% ขณะเดียวกัน กรมส้ม หรือ Department of Citrus ของมลรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลูกส้มมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ก็เปิดเผยว่ายอดขายน้ำส้มในสหรัฐฯลดลงต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ข้อมูลนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะทั้งซีเรียลและน้ำส้มเป็นเสาหลักของอาหารเช้าแบบ “เฮลท์ตี” ของชาวอเมริกันมานานหลายสิบปี ปรากฏการณ์น้ำส้มและซีเรียลขายไม่ได้ในตลาดอเมริกา มาจากกระแสการตื่นตัวเรื่องการลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลในอาหาร เนื่องจากในระยะหลัง มีการให้ความรู้ประชาชนอย่างมากในเรื่องการกินแบบสุขภาพดี และคนอเมริกันก็เริ่มรับรู้ว่าน้ำส้มสำเร็จรูปตามซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าน้ำตาลและวิตามินเพียงเล็กน้อย ส่วนซีเรียลส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดก็เต็มไปด้วยน้ำตาล และยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่ผลิตซีเรียลประเภทโฮลเกรน ที่มีความเป็นโฮลเกรนจริงๆออกมาจำหน่าย แล้วตอนนี้ คนอเมริกันหันมากินอะไรกัน เมื่อไม่กินซีเรียลและน้ำส้ม คำตอบก็คือโปรตีน และโปรตีนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ตยี่ห้อโชบาร์นี ซึ่งแยกตัวออกมาจากบริษัทเคลล็อก ทำรายได้ต่อปีถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 30,000 ล้านบาท ในขณะที่ยอดขายของเคลล็อกมีแต่จะตกต่ำลง ความนิยมในการกินโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้า เกิดจากการที่โยเกิร์ตสามารถพกพาได้สะดวก และหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป อาหารเช้ายอดฮิตอีกย่างที่คนอเมริกันเริ่มหันมานิยมรับประทาน ก็คือไข่และแฮม ไส้กรอก เบคอน ในฐานะเป็นโปรตีนที่ทำให้อิ่มท้องนานกว่าคาร์โบไฮเดรต ไข่ถือเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากไม่ได้ผ่านการทอดแบบชุ่มน้ำมัน แต่เมื่อมาถึงอาหารประเภทไส้กรอก ผู้รักสุขภาพอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะเนื้อสัตว์แปรรูป แม้จะทำให้คุณอิ่มนาน แต่มีทั้งโซเดียมและไขมัน รวมถึงสารก่อมะเร็ง ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น ก็คือมีชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่ยังพึ่งพาอาหารเช้าแบบจานด่วนอย่างเอ้กมัฟฟินของแมคโดนัลด์ ที่ถึงแม้จะอิ่มท้อง แต่ก็ไขมันและโซเดียมสูงจนน่าตกใจ เรียกว่าการหลีกเลี่ยงซีเรียลและน้ำส้มเพื่อมากินอาหารจานด่วนเป็นมื้อเช้า กลายเป็นการหนีเสือปะจะเข้มากกว่า สำหรับผู้ที่โหยหามื้อเช้าที่มีคุณภาพ ที่มา : voicetv.co.th

Read more

ชูสามนิ้วแล้วออกไปทัวร์ริ่ง

เรื่องและภาพ : อธิคม คุณาวุฒิ ที่มา : http://waymagazine.org ไม่ได้พูดเล่นนะครับ หากรักจะปั่นจักรยานท่องเที่ยวตะลอนๆ แบบที่เรียกกันว่าทัวร์ริ่ง ค่ำไหนนอนนั่น ปั่นแบกของฟูลโหลดพะรุงพะรัง ไม่สนใจความเบา ไม่เน้นความเร็ว แต่เน้นดื้อดึงก้นบดอานเช้าจรดค่ำ ไม่มีรถเซอร์วิสขับตามหลังแบบคุณชายขาแรง ฯลฯ หากเลือกวิถีทางนี้ โดยไม่คิดจะปลีกวิเวกปั่นเดี่ยว สิ่งเดียวที่เราต้องการคือเพื่อน เพื่อนดีๆ ในการปั่นทัวร์ริ่ง สำคัญยิ่งกว่าอุปกรณ์ราคาแพง – ข้อนี้ขอยืนยัน แต่ก็นั่นแหละ นักจักรยานก็คือมนุษย์อุจจาระเหม็นทั่วไป ไม่ใช่พอโดดขึ้นอานแล้วจะแปลงร่างคนดีหรือผู้วิเศษเสียเมื่อไหร่ ในแวดวงคนทัวร์ริ่งนิสัยดีๆ เขาจึงถือสาและเคร่งครัดในกฎบางข้อ ประมวลตามภาษานักจับแพะชนแกะ ได้หลักการเบื้องต้นออกมาดังนี้ เสรีภาพ ‘อาจารย์ป๋า’ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาทัวร์ริ่ง เอ่ยถ้อยคำหนึ่งลึกซึ้งปานพระเซน กระผมฟังแล้วรีบจดใส่หน้าผากโดยพลัน ท่านว่า – นักทัวร์ริ่งจะไม่ขัดคอกัน คุณสมบัติเบื้องต้นของนักทัวร์ริ่งทุกคนคือรักในเสรีภาพ มิเช่นนั้นจะออกมาปวดน่องตัวดำกรำแดดทำไม ดังนั้นแล้ว รูปแบบและแผนการปั่นของแต่ละคนจึงเป็นไปโดยอิสระ ใครใคร่ปั่นเร็วถึงเร็ว ได้พักเร็ว ใครใคร่กินลมชมวิว ใครใคร่หลบแดด ใครใคร่กิน ใครใคร่ดื่มน้ำ ใครใคร่จิบเบียร์ ล้วนเป็นไปโดยอิสระ ไม่มีใครเอามือมาดุนหลังจับรอบขา กระทั่งเส้นทางในแต่ละวัน ถ้ามีตัวเลือกก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเดียวก็ยังได้ หากมั่นใจในขีดความสามารถในการดูแลตัวเอง และคำนวณเวลาปลายทางนัดหมายในแต่ละวันให้ตรงกัน ไม่สร้างภาระแก่ใคร ออกจากบ้านมาปั่นจักรยานนะครับ ไม่ใช่ฝึกทหาร มีกรณียกเว้นจำต้องซักถามกันบ้าง หากการตัดสินใจนั้นหมิ่นเหม่ต่อความปลอดภัย หรืออาจสร้างภาระห่วงใยให้กับเพื่อนร่วมทริป แต่ส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะให้เสรีภาพในการตัดสินใจของกันและกันเป็นหลักการพื้นฐาน พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่านัดจะไปหนองคาย แต่อีกฝ่ายดันไถลไปถึงนราธิวาส…อันนั้นเป็นข้อแตกต่างระหว่างนักทัวร์ริ่งกับคนบ้าพูดจาไม่รู้เรื่อง เสมอภาค ถึงแม้นว่านักทัวร์ริ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกบ้าหอบฟาง เปิดกระเป๋ามีอุปกรณ์ยังชีพทุกชนิดอยู่ในนั้น ตั้งแต่เต็นท์ ถุงนอน เครื่องครัว เตาสนาม ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอาบน้ำ เสื้อผ้าสะอาด อุปกรณ์ซ่อมรถ เครื่องต้มกาแฟ

Read more

Converse: จุดเริ่มต้น จุดเปลี่ยน การล้มละลาย และการลุกขึ้นมาใหม่

จุดเริ่มต้นของ Converse เริ่มจากการเป็นบริษัทรองเท้ายางในแมสซาชูเซตต์ ก่อตั้งโดย Marquis Mills ในปี 1908 สินค้าในยุคเริ่มแรกเป็นรองเท้ายางสำหรับผู้สวมใส่ทุกเพศ ทุกวัย จนในปี 1921 Converse เริ่มขยายการผลิตไปสู่รองเท้าสำหรับนักกีฬาเทนนิสและกีฬาบาสเก็ตบอล โดยได้รับผลตอบรับและความนิยมอย่างเป็นที่น่าพอใจ เข้าสู่ในช่วงยุค 1990s บริษัทได้พบกับอุปสรรคในการขยายขนาดธุรกิจ เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านความไม่แน่นอนทางการเงิน และยังต้องเจอกับการเกิดขึ้นใหม่ของแบรนด์รองเท้าอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นผู้แข่งขันในตลาด หรืองานออกแบบที่แตกต่างกันก็เป็นปัญหาด้านการสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ด้วยเช่นกัน การเข้ามาของแบรนด์ Reebok ส่งผลให้ Converse นั้นถูกตัดรายชื่อออกจากสมาคมกีฬาบาสเก็ตบอลนานาชาติ และแถลงการล้มละลายในปี 2001 แต่ในฐานะที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์นั้นเป็นเลิศ ความพอดีจากส่วนผสมอย่างการเป็นรองเท้ากีฬาก็ได้รองเท้าแฟชั่นก็ดี ทำให้ Converse ได้รับความสนใจจากเหล่านักร้อง นักแสดงชื่อดัง หรือนักกีฬา นักดนตรีที่มีชื่อเสียง อาทิ Maurice Evans, Avril Lavigne, Jessica Alba, Willow Smith, Kristen Stewart, และ Dwyane Wade. แต่การล้มละลายนั้นก็ไม่ใช่เรื่องโชคร้ายเกินไปนัก เมื่อบริษัทได้รับการเข้าควบคุมให้โดย Marsden Cason และ Bill Simon ภายใต้การดูแลและรับผิดชอบของสองหัวเรือใหญ่ทีมใหม่ ทำให้ Converse ก้าวขึ้นจากอันดับ 16 สู่อันดับ 7 ในการเป็นบริษัทผลิตรองเท้ารายใหญ่ ด้วยการใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ในปี 1917 Converse ออกแบบรองเท้าผ้าใบที่พื้นทำจากยาง และตัวรองเท้าผลิตจากผ้าใบหุ้มไปถึงข้อเท้าสำหรับนักบาสเก็ตบอลมืออาชีพ จนในปี 1921 Chuck Taylor นักบาสเก็ตบอลที่เข้าร่วมทีมบาสเก็ตบอลที่บริษัทรองเท้า Converse

Read more

Style Spy “มาย ชุติกาญจน์ งามธุระ”

Style Spy ไปชมสไตล์การแต่งตัวและการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าลูกไม้ ของคุณมาย ชุติกาญจน์ ดีไซน์เนอร์และเจ้าของแบรนด์วนิลา เฮดควอเตอร์ กับลุคแบบวินเทจ เฟมินีน

Read more

“มนุษย์ไม่ได้เดียวดายในจักรวาล” : ผ.อ. NASA

ฟังเสวนาที่ผ.อ. NASA และกลุ่มนักวิทยาศาสตร์-นักฟิสิกส์อวกาศ บอกว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะอยู่ตามลำพังในจักรวาล และ มนุษย์จะค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้ภายใน 2 ทศวรรษนี้ Charles Bolden ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA ร่วมเสวนาวิชาการที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และ บนอินเทอร์เน็ต เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งว่าด้วยเรื่องการค้นหาสิ่งมีชีวิตในอวกาศ โดยเขาแสดงความเห็นว่าโอกาสที่มนุษย์จะเป็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาลนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ และ จากความสำเร็จของกล้องโทรทัศน์ Kepler ในอวกาศเมื่อต้นปีนี้ ที่ค้นพบดาวเคราะห์ที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกับโลก ซึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์ ในโซนที่เอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะจักรวาลในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ก็ยิ่งทำให้ NASA มั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า ใกล้จะหาคำตอบได้แล้วว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่นอกโลกอีกหรือไม่ ชมคลิปเต็มเสวนา : The Search for Life in the Universe โดย NASA นักวิทยาศาสตร์และนักฟิสิกส์อวกาศที่ร่วมการเสวนาในวันนั้นแสดงความเชื่อมั่นว่าโอกาสที่ดาวฤกษ์ หรือดาวแคระ ที่มีหลายพันล้านดวงในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก แต่ละดวงน่าจะมีดาวเคราะห์เป็นบริวารอย่างน้อย 1 ดวงเสมอ โดย Sara Seager นักวิชาการด้านดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเส็ต กล่าวว่า ในอนาคตอีกไม่ไกลนัก เราอาจจะสามารถชี้ไปที่ดาวสักดวง แล้วพูดได้ว่าดาวดวงนั้นมีดาวเคราะห์แบบเดียวกับดาวโลกเป็นบริวาร ขณะที่นักดาราศาสตร์อีกคนของ NASA คือ Kevin Hand กล่าวอย่างมั่นใจว่าอีก 20 ปี มนุษย์จะสามารถตอบคำถามตัวเองได้ว่าเราไม่ได้อยู่เดียวดายในจักรวาลอย่างแน่นอน ในปี 2018 NASA จะปล่อยกล้องโทรทัศน์ James Web ขึ้นไปยังอวกาศโดยกล้องตัวนี้มีประสิทธิภาพในการศึกษาแสงInfrared ซึ่งจะทำให้การสำรวจดวงดาวง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเชื่อว่าอาจต้องอาศัยเทคโนโลยีในยุคถัดไปในการค้นหาสิ่งมีชีวิตให้เจอ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านจรวดขับดัน เทคโนโลยีใหม่ของกล้องโทรทัศน์ และ การมองเห็นที่ล้ำหน้าไปอีกหลายขั้นจากปัจจุบัน ชมคลิป

Read more

3 เรื่องน่ารู้ ก่อนคิด จัดฟัน และราคาการจัดฟัน

อยากจัดฟัน อยากทราบค่าใช้จ่าย และต้อง เตรียมอะไรบ้าง ตอบ ได้ความรู้จาก รศ.ทญ.ปิยารัตน์ อภิวัฒนกุล ทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีข้อเขียนให้ความกระจ่างว่า ค่ารักษาทางทันตกรรมจัดฟันอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับ 1.ชนิดของเครื่องมือ เครื่องมือแต่ละชนิดอาจมีความสามารถในการเคลื่อนฟันต่างกัน หรือสร้างจากวัสดุที่ต่างกัน และในบางครั้งผู้ป่วยคนหนึ่งอาจต้องใช้เครื่องมือมากชนิดกว่าผู้ป่วยอีกคนหนึ่ง เช่น จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ใส่ภายนอกปากเพิ่มเติมด้วย ก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น 2.ลักษณะความผิดปกติของผู้ป่วยมีผลต่อขั้นตอนวิธีการและระยะเวลาในการรักษา ตามปกติผู้ป่วยที่สามารถแก้ไขได้ง่ายและรวดเร็วจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าในรายที่ยุ่งยาก และ 3.สถานที่ที่ให้บริการ ตามปกติการจัดฟันตามสถานที่ราชการจะมีราคาน้อยกว่าเอกชน โดยเฉพาะถ้าการรักษาทำในเวลาราชการ เช่น ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ภาควิชาทันตกรรมจัดฟันจะคิดค่ารักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือชนิดติดแน่นในราคาประมาณรายละ 25,000 บาท หรือเครื่องมือถอดได้ในราคาประมาณ 15,000 บาท แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่าผู้ป่วยต้องยินยอมให้มีการศึกษาและปฏิบัติการโดยนิสิตทันตแพทย์ที่ขึ้นมาฝึกงานด้วย ราคานี้ไม่รวมถึงเครื่องมือพิเศษอื่นๆ และการปฏิบัติงานที่อาจต้องมีขึ้น เช่น ค่าเอกซเรย์ หรือค่าอุดฟัน ถอนฟัน ส่วนค่าจัดฟันของคลินิกนอกเวลาราชการของคณะ จะอยู่ที่ราคาประมาณรายละ 35,000-40,000 บาท การจ่ายเงินสำหรับค่าจัดฟัน ผู้ป่วยที่มาปรึกษาทางทันตกรรมจัดฟันครั้งแรก จะต้องจ่ายค่าพิมพ์ปาก ถ่ายรูป และค่าเอกซเรย์ เพื่อวิเคราะห์ถึงความผิดปกติและวางแผนการบำบัดรักษา เมื่อทันตแพทย์ได้อธิบายถึงความผิดปกติและวิธีการรักษาจนเป็นที่ตกลงกันแล้ว ทันตแพทย์หรือแผนกการเงินจะแจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงราคาค่าจัดฟันทั้งหมด พร้อมทั้งวิธีการจ่ายเงินซึ่งตามปกติมักให้ผู้ป่วยแบ่งจ่ายเป็นงวด โดย 2-3 งวดแรกจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่างวดอื่นๆ เนื่องจากเป็นระยะของการใส่เครื่องมือจัดฟัน การเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนทำ การรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1.การเตรียมพร้อมของสภาพในช่องปาก เนื่องจากสภาวะของฟัน เหงือกและกระดูกที่หุ้มรากฟันมีความสำคัญต่อการจัดฟันทั้งระหว่างการจัดฟันและภายหลังการจัดฟัน การเคลื่อนที่ของฟันจะเป็นไปได้ด้วยดีต่อเมื่อสภาพของฟัน เหงือกและกระดูกที่หุ้มรากฟันอยู่ในสภาพแข็งแรงพอที่จะรองรับแรงจากเครื่องมือหรือการหยุดแรงโดยไม่จำเป็น เพราะอาจมีผลให้ระยะเวลาของการรักษาเนิ่นนานขึ้นหรือซับซ้อนมากขึ้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องอุดฟันที่ผุทุกซี่ให้เสร็จสิ้นก่อนการใส่เครื่องมือจัดฟัน และให้ดูลักษณะที่บวมแดงของเหงือก หรือมีเลือดออกตามไรฟัน หรือหินปูนจับตามคอฟัน หรือฟันโยก ที่จะต้องรักษาให้หายก่อน และผู้ป่วยต้องศึกษาวิธีการแปรงฟัน การรักษาความสะอาดของช่องปาก

Read more

ความเชื่อ VS ความจริง

ความเชื่อ : ผู้หญิงด่า แปลว่า ผู้หญิงรัก ความจริง : สมัยนี้ผู้หญิงด่า ก็คือผู้หญิงด่า ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ความเชื่อนี้มีพื้นฐานมาจาก หนังไทยยุคฟิลม์สีแจ๋นๆ ที่นางเอกขี้เหนียม จะชอบหาเรื่องด่าทอ กลั่นแกล้งพระเอกเล่นแก้เขิน ความเชื่อ : ผู้ชายที่ชอบพูดเดอร์ตี้โจ๊ก เป็น พวกมักมากในกาม ความจริง : อันที่จริงมันไม่เกี่ยวกันสักเท่าไร แต่การเล่าเดอร์ตี้โจ๊กที่ไม่รู้กาลเทศะ ต่อคนที่เขาไม่อยากฟัง ถือเป็นการล่วงเกินทางเพศประการหนึ่งนะจ๊ะ ความเชื่อ : และผู้หญิงที่ต่อมุขเดอร์ตี้โจ๊กก็แปลว่าเธอสนใจ ความจริง : เปล่า เธอแค่เล่นด้วย หรือบางทีอยากจะแป๊กมุขคุณ เพราะขี้เกียจฟังแล้ว ความเชื่อ : หมากระดิกหาง แปลว่ามันอารมณ์ดี ไม่กัด ความจริง : หมากระดิกหางต่ำๆ เรี่ยพื้น เป็นจังหวะช้าๆ แปลว่ามันอารมณ์เสีย ไม่ควรเข้าใกล้ ความเชื่อ : ใช้มือถือของท่านนายกฯ แล้วโทรได้ทั่วไทย เข้าป่าลงดอยที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว ความจริง : ถ้าไปตำบลไกลๆ หรือในป่าลึกจริงๆ ก็ไม่มีสัญญาณ อย่ามั่นใจเกินไปนัก ความเชื่อ : ภาพแอบถ่ายที่ฮือฮาตาม อินเทอร์เน็ต เป็นคนไทย หรือเป็นนักศึกษาไทย ความจริง : ร้อยละ 95 เป็นรูปสาวญี่ปุ่นนำมาแหกตา ร้อยละ 3 คือภาพแต่งขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ อีกร้อยละ 1.5 คือ ภาพสาวอาชีพพิเศษแต่งชุดนักศึกษา และร้อยละ 0.5 ถึงจะเป็นของจริง ความเชื่อ

Read more

แพทย์เตือน! นอนเล่นสมาร์ทโฟนเสี่ยง ‘ตาบอด’

หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า ผู้ที่นอนเล่นสมาร์ทโฟนอาจเสี่ยงตาบอดได้ ไทยรัฐออนไลน์จึงไปขอคำยืนยันจากจักษุแพทย์ โดยยอมรับว่า “การใช้สายตาจ้องมองสมาร์ทโฟนแบบผิดท่าทาง เป็นอันตรายต่อสายตาจริง” โลกยุคดิจิตอล สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันใครหลายคน หลายคนมีไว้ไม่ห่างกาย ทุกเวลา บางคนปิดไฟเตรียมจะนอนแล้วก็ยังหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเล่น เมื่อทำพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยๆ เข้า อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับสายตา จักษุแพทย์ บอกว่า ท่าปกติของการใช้สายตาคือการมองตรงไม่ว่าจะนั่งหรือยืน แต่การเล่นสมาร์ทโฟนด้วยการนอนตะแคง ก้มหรือหงาย ถือว่าเป็นท่าที่ไม่เหมาะสม จะทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก อาจทำให้สายตาสั้น พญ.กนกวรรณ ยุตติธรรม จักษุแพทย์ พญ.กนกวรรณ ยุตติธรรม จักษุแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล กล่าวว่า จากการทดลองในสัตว์ แสงที่ปล่อยจากแอลอีดีอย่างจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต จะมีคลื่นที่เปลี่ยนเป็นสารออกซิเดนท์ ทำร้ายเซลล์ประสาทตาโดยตรง และจะทำให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ โดยเมื่อเทียบกับตาคนเราถ้าได้รับมากไป ในอนาคตอาจส่งผลให้ร้ายแรงได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งผลให้ตาบอด แสงที่ปล่อยจากแอลอีดี จอคอมพิวเตอร์ เป็นตัวการทำลายประสาทตา ดังนั้น ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำ แล้วเริ่มมีอาการปวดตา ตาแห้ง หรือน้ำตาไหล อาจเป็นสัญญาณว่า คุณเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เมื่ออายุมากขึ้นอาจมีสิทธิ์เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ พักสายตาด้วยการกรอกตาขึ้นลงไปมา หรือ มองพื้นที่สีเขียว วิธีถนอมสายตา หากต้องทำงานหน้าคอมเป็นเวลานานๆ ควรพักสายตาทุกๆ หนึ่งชั่วโมง โดยการหลับตาสักพัก หรือกลอกตาช้าๆ อย่างเหลือบตามองไปบนสุดแล้วค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นสลับมามองลงสุด ซ้ายสุดและขวาสุด วิธีนี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อตาได้ หรือจะหันไปมองพื้นที่สีเขียว อย่างต้นไม้ใบหญ้าก็ช่วยได้ ควรปรับความสว่างหน้าจอสมาร์ทโฟน และติดฟิล์มกรองแสงป้องกัน คุณหมอแนะนำว่า ควรปรับความสว่างหน้าจอสมาร์ทโฟนกับสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกัน และใช้อุปกรณ์ช่วยถนอมสายตาอย่างฟิล์มหน้าจอ เลนส์แว่นตา แม้จะป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญ คือ

Read more

ขี่เสือลุย บางกระเจ้า

รายการ “ขี่เสือเที่ยว” รายการที่จะพาคุณผู้ชมไปร่วมปั่นเสือสองล้อลุยสถานที่เที่ยวต่างๆในสไตล์แอดเว็นเจอร์ส สัปดาห์นี้ไปกันที่ “บางกระเจ้า” หรือที่หลายคนเรียกว่า กระเพาะหมู คือพื้นที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตีโค้งรอบจนเกือบเป็นเกาะ แวะเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จากนั้นไปชมศูนย์การเรียนรู้ชุมชน บ้านธูปสมุนไพร เรียนรู้วิธีการทำธูปหอม และปิดท้ายด้วยการแกะสลักกะลามะพร้าวที่บ้านลุงจรูญ ติดตามทั้งหมดได้ในรายการ

Read more

แต่งบ้านวินเทจด้วยเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค

แนะนำสไตล์การตกแต่งบ้านแบบวินเทจ ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคที่บรรจุเรื่องราวความทรงจำและรูปแบบการใช้งานในยุคเก่าก่อน มาแต่งเติมเพิ่มสีสันให้สดใส เพื่อทำให้บ้านดูมีความน่าสนใจมากกว่าเดิม พร้อมเลือกเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจชิ้นต่างๆ ที่ได้รับความนิยม ในร้าน Vintage Passion ของ SB Furniture

Read more

Nokia จับมือ Gameloft แจกเกมส์ +ไอเทมฟรี

Nokia จับมือ Gameloft แจกเกมส์+ไอเทมฟรีให้ผู้ใช้งาน Nokia X, Nokia XL! Android อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite มีข่าวดีมาบอกสำหรับผู้ที่ใช้งานสมาร์ตโฟน Nokia X และ Nokia XL กันอยู่ (ส่วน Nokia X2 ยังไม่มานะแจ๊ะ) เมื่อทางด้านของ Nokia ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับค่ายเกมส์ Gameloft ในการที่จะนำเกมส์ดังๆรวมถึงไอเทมภายในเกมส์มาแจกให้กับผู้ใช้งาน Nokia X และ Nokia XL ได้ไปดาวน์โหลดกันได้ฟรีๆซึ่งมีรายชื่อเกมส์ดังต่อไปนี้ครับ Real Football 2014 ดาวน์โหลดฟรี Asphalt 8 Airborne ดาวน์โหลดฟรีพร้อมไอเทม Prime Car Pack Dungeon Hunter 4 ดาวน์โหลดฟรีพร้อมไอเทม 2,700 Baron’s Fortune Gems เอาเป็นว่าบ้านเราใครใช้มือถือ Nokia X หรือ Nokia XL กันอยู่ก็เข้าไปดาวน์โหลดกันได้ผ่าน Store ของตัวเองในหัวข้อ Exclusive Free Offer กันได้นะครับ บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite ที่มา: nokia ข้อมูลจาก : techxcite.com/

Read more

ไอเดียเด็ด! ถ่ายภาพพ่อแม่ลูกต่อเนื่อง 21 ปี

Zed Nelson เป็นช่างภาพธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่เขามีไอเดียที่ยอดเยี่ยม ที่จะบันทึกเรื่องราวของครอบครัวหนุ่มสาวครอบครัวหนึ่งโดยการถ่ายภาพของพวกเขาเอาไว้ปีละครั้งทุกปี ในฉากเดียวกันต่อเนื่องเป็นเวลา 21 ปี Zed Nelson กล่าวว่า “[ในปี 1991] ภรรยาของเพื่อนผมตั้งครรภ์ได้เก้าเดือนและผมเลยมีไอเดียที่จะถ่ายภาพรวมพวกเขาไว้ด้วยกัน ในวันเดียวกันของทุกๆปี ตลอดไป …. และในทุกปี ในช่วงเวลาเดียวกัน กับฉากหลังเดียวกัน ภายใต้แสงเดียวกัน วิธีถ่ายภาพแบบนี้จะไม่มีปัจจัยอะไรรบกวน ซึ่งเราจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของเวลาและอายุ ” เราจะได้เห็นพัฒนาการ การเจริญเติบโตของลูกชายของเขา การเปลี่ยนแปลงของทั้งพ่อและแม่ ที่สำคัญเราจะได้เรียนรู้กับคำว่า ชีวิต จากลำดับภาพของครอบครัวนี้ 1991 1992 1993 1994 1995 1996 1997 1998 1999 2000 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012

Read more

กำลังฮิต แฟชั่นซีทรู แบบนี้สิที่เราต้องการ !!

กระแสแฟชั่นซีทรูที่ท้าให้เห็นแบบ วับ ๆ แวม ๆ ของสาวญี่ปุ่น สนองความต้องการให้เพศชายกันอีกแล้ว แบบนี้สิที่เราต้องการ ถึงแม้ไม่เห็นเราก็จะส่องเข้าไป !!

Read more

เทคนิคเก๋ๆ ไข่ 1 ใบทอดไข่ดาวได้ 7 ฟอง

เป็นเทคนิคเก๋ๆ ทำง่ายๆ โดยการนำไข่ไปแช่เย็นจนแข็ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำไปทอด ก็จะได้ไข่ดาวหลายๆฟองขนาดเล็กๆ ตามภาพที่เห็นเลย ^^ Cr. ck101.com

Read more

สเปนเปิดโรงเรียนสอนวิชา โสเภณี เพื่อให้อาชีพนี้ดำเนินไปอย่างถูกควร

แม้ว่า โสเภณี จะเป็นอาชีพที่ผิดกฏหมายและต่ำเกียรติในความรู้สึกของใครหลายๆคน เป็นอาชีพที่ถูกสังคมตีตราและตัดสินให้มีความเป็นคนและศักดิ์ศรีน้อยกว่าคนอื่น ทั้งๆที่พวกเค้านั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา แต่ก็อย่างว่าเราอยู่ในสังคมที่ “มือถือสาก ปากถือศีล” โดยที่ลืมไปว่า โสเภณี เป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ที่สเปนไม่เป็นแบบนั้น เมื่ออาชีพโสเภณี ถือเป็นอาชีพที่ถูกกฏหมาย เป็นอาชีพที่ประชาชนประกอบเพื่อการดำเนินชีวิต และต้องเสียภาษีไม่ต่างจากเราๆท่านๆเป็นพนักงานบริษัท หรือ ข้าราชการ ในขณะที่อาชีพแมงดาและการค้ามนุษย์นั้นยังคงเป็นเรื่องผิดกฏหมายอยู่ ว่าง่ายๆก็คือเค้าทำให้อาชีพนี้เป็นกิจลักษณะนั่นเอง สเปนจึงเปิดโรงเรียนสอน วิชาโสเภณี ที่สอนตั้งแต่วิชาประวัติศาสตร์โสเภณีจากทั่วโลกและโสเภณีในประเทศ การสร้างรายได้จากอาชีพนี้ และเรื่องเกี่ยวกับกฏหมายของอาชีพโสเภณี ในแต่ละวันนักเรียนจะต้องเข้าคลาสฝึกปฏิบัติจำนวน 2 ชั่วโมง โดยเรียนรู้การใช้ sex toy และฝึกร่างกายให้คุ้นเคยกับท่าทางตามแบบฉบับกามาสุตรา ซึ่งเป็นตำราsexอันเลื่องชื่อของโลก คุณสมบัติของนักเรียน คือ ทั้งชายหรือหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องมีรูปร่างหน้าตาดีและไม่ขึ้อาย สนนราคา คอร์สละประมาณ 5000 บาท รวมอุปกรณ์ ทางโรงเรียนจะเสนองานให้ทำทันทีสำหรับนักเรียนที่มีความประพฤติดี หรือไม่ก็สามารถเป็นครูสอนให้นักเรียนรุ่นต่อๆไปก็ได้ ที่มา http://men.mthai.com/

Read more

เรียนเพิ่ม! วิชา “หน้าที่พลเมือง” ไม่เว้นเด็กไทยในร.ร.นานาชาติ

สพฐ. แยกวิชาหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาเฉพาะ หลังพบมติเก่าไม่สนองนโยบาย คสช. เตรียมทำหนังสือถึง สช.บังคับเด็กไทยในโรงเรียนนานาชาติต้องเรียนประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง สพฐ.จะดำเนินการแยกวิชา “หน้าที่พลเมือง” ซึ่งเดิมอยู่ในกลุ่มศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ออกมาเป็นรายวิชาเฉพาะให้เด็กทุกคนได้เรียน มีหน่วยการเรียน 1 หน่วยกิต ให้เรียน 40 ชั่วโมงต่อปี ในระดับป.1 ถึง ม.3 ส่วนระดับ ม.ปลาย ให้เรียน 80 ชั่วโมงตลอด 3 ปี จำนวน 2 หน่วยกิต ทั้งนี้ให้ใช้ชั่วโมงเรียนในรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมความพร้อมฯมาจัดการเรียนการสอน ส่วนวิชาประวัติศาสตร์แยกสอนเป็นวิชาอยู่แล้ว ในเร็วๆนี้ เลขาธิการ กพฐ.จะลงนามในหนังสือเพื่อแจ้งให้สถานศึกษาดำเนินการตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองที่จะเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การสร้างวินัย การมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และภูมิใจในความเป็นไทย นอกจากนี้ สพฐ.จะทำหนังสือขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ปรับหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติ โดยกำหนดให้เด็กไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย และวิชาหน้าที่พลเมืองด้วย และในวันที่ 25-26 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมเสวนากำหนดจุดเน้นเพิ่มเติมวิชาประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองในแต่ละระดับชั้น เพื่อจัดทำตำราเรียนกลางของประเทศ กำหนดเอกสารและหนังสืออ่านประกอบ จากนั้นจะจัดทำคู่มือการเรียนการสอนทั้งสองวิชา และจัดอบรมครู เพื่อให้ทันใช้จัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จาก เดลินิวส์

Read more

สพฉ. แนะวิธีดูบอลโลกให้ปลอดโรค

สพฉ. แนะวิธีดูบอลโลกให้ปลอดโรค เลี่ยงอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เตือนห้ามอดนอนโดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว เหตุยิ่งลุ้น-ยิ่งเครียดเสี่ยงหลอดเลือดในสมองแตก-หัวใจวาย สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวแฟนบอลชาวจีนอดนอนดูการแข่งขันฟุตบอลโลกเวิลด์คัพ 2014 ที่ถ่ายทอดสดจากประเทศบราซิล จนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3  ราย เนื่องจากช่วงเวลาที่ชาวจีนได้ชมการถ่ายทอดสดจะแตกต่างจากเวลาของประเทศบราซิลนั้น รอ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) ได้ ออกมาแนะนำถึงกรณีการดูฟุตบอลโลกอย่างปลอดภัยกับแฟนบอลชาวไทยว่า การดูฟุตบอลนั้นถือเป็นการผ่อนคลายได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อเราดูกีฬาก็จะทำให้เราอยากไปออกกำลังกายซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็ง แรง แต่สำหรับกรณีของฟุตบอลโลกเวลาของการถ่ายทอดสดจะเหลื่อมกับเวลาของประเทศไทย เพราะประเทศบราซิลที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันอยู่คนละซีกโลกกับประเทศ ไทย จึงทำให้แฟนบอลต้องอดนอนเพื่อที่จะติดตามชมฟุตบอล เพราะแต่ละคู่จะถ่ายถอดสดในเวลาที่ดึกมาก การนอนน้อย การพักผ่อนน้อยจะส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายเรื่อง โดยเฉพาะหากมีการเล่นการพนันควบคู่ไปด้วยก็จะยิ่งทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ นอกจากนี้หากมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคลมชักหรือโรคทางสมองอื่นๆ  จะยิ่งมีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากขึ้น ดังนั้นการชมฟุตบอลโลกให้มีความสุขและปลอดภัยนั้น แฟนบอลควรจะเลือกชมเฉพาะคู่ที่ตัวเองสนใจ หรือเลือกดูเฉพาะวันหยุด หรือหากอยากดูจริงๆ ให้ใช้วิธีการบันทึกวีดีโอไว้แล้วมาดูย้อนหลังอีกครั้ง รอ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวต่อว่า การดูฟุตบอลโลกหากเลือกดูทุกคู่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทำให้ร่างกายไม่ปกติ เนื่องจากการดูจะต้องมีการลุ้นจนเครียด โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้  เพราะการลุ้นอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก รวมทั้งบางครั้งการดูฟุตบอลอาจจะมีการสูบบูหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่ไปด้วย ก็จะยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นให้เพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยฉุกเฉินมากขึ้นด้วย นอกจากนี้หากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย เช่น การหลับในระหว่างการขับรถ  แต่ทั้งนี้หากมีอาการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669  เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรดูแลตนเองให้ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามสำหรับสถิติการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ สพฉ.ได้รับการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 ในปี 2556ได้ออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอาการเจ็บแน่นทรวงอกจากปัญหาด้านหัวใจมีจำนวน 24,252 ครั้ง  จากอาการหายใจลำบากจำนวน 82,364 ครั้ง และจากอาการหัวใจหยุดเต้น 852 ครั้ง MThai News

Read more

ทำไมชาวฮ่องกงถึงไม่พกเงินสด?

ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่มักจะใช้บัตรแทนเงินสด โดยบริษัทผู้ให้บริการบัตร Octopus เปิดเผยข้อมูลว่า กว่าร้อยละ 95 ของชาวฮ่องกงที่มีอายุตั้งแต่ 16-65 ปี ล้วนแล้วแต่มีบัตร Octopus ทั้งสิ้น หากใครที่เคยไปฮ่องกง จะเห็นได้ว่า ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่แทบจะไม่พกเงินสดเลย โดยเฉพาะเศษเหรียญ ดังนั้น เราจึงไม่เห็นพวกเขา เสียเวลาในการควานหาเศษเงินเพื่อใช้เป็นค่ารถเมล์ หรือรถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อก็ตาม สิ่งที่ทุกคนพกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา ก็คือบัตรที่ชื่อว่า Octopus ซึ่งเป็นบัตรใช้แทนเงินสด ที่ทางการฮ่องกงเริ่มนำมาใช้ ตั้งแต่ปี 2540 โดยบริษัทผู้ให้บริการบัตร Octopus เปิดเผยข้อมูลว่า กว่าร้อยละ 95 ของชาวฮ่องกงที่มีอายุตั้งแต่ 16-65 ปี ล้วนแล้วแต่มีบัตร Octopus ทั้งสิ้น และผู้ที่ใช้บัตรเหล่านี้ เติมเงินในบัตรของตนรวมกันในแต่ละวัน มากถึง 18 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ล่าสุด Octopus ได้พัฒนาไปอีกขั้น เมื่อมีการคิดค้นระบบใหม่ เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไป ด้วยการผลิตซิมโทรศัพท์ ที่สามารถใช้แทนบัตร Octopus ได้ นั่นเท่ากับว่า เจ้าของซิมดังกล่าวสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า และบริการต่างๆผ่านสมาร์ทโฟนของตนได้โดยทันที นอกจากนี้ Octopus ยังจับมือกับ เถาเป่า เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ของประเทศจีน ที่รวบรวมร้านค้าออนไลน์ไว้จำนวนมาก ไม่ต่างอะไรกับ eBay หรือ Amazon เพียงแค่ผู้ใช้งาน โหลดแอพพลิเคชั่นของ Octopus ไว้ในสมาร์ทโฟน ก็สามารถซื้อสินค้าจากเถาเป่าได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน ชาวฮ่องกงหรือนักท่องเที่ยวคนอื่นที่จะเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น ในมณฑลกวางตุ้ง หรือเมืองเซินเจิ้น ก็สามารถใช้บัตร Octopus ซื้อสินค้าได้เช่นกัน แม้ว่าเงินในบัตรจะเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงก็ตาม

Read more

8 สัญญาณที่ทำให้รู้ว่าชีวิตการทำงานของเรามาถูกทาง

คนที่รู้ตัวเองมาตั้งแต่ต้นว่าตัวเองชอบทำงานอะไรนั้น นับว่าเป็นคนส่วนน้อยมากๆ ในโลกใบนี้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย… กำลังสงสัยอยู่หรือเปล่าว่าทางเดินที่กำลังเดินอยู่นี้ เราเดินมาถูกทางหรือเปล่า? ช่วงอายุ 20-30 ปีของคนส่วนใหญ่ จะเป็นช่วง soul-searching (หรือช่วงค้นหาตัวเอง) ก็คือทำงานประจำอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่แต่ลึกๆ ในใจจะสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่า เราเหมาะกับงานที่เรากำลังทำอยู่จริงๆ เหรอ? เรากำลังมาผิดทางอยู่หรือเปล่า? ส่วนบางคนก็ใช้วิธีหนีไปเรียนต่อเพื่อหลีกเลี่ยงชีวิตทำงานที่มีแต่งานที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกว่าชอบ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้แน่ใจด้วยว่าสายงานที่ไปเรียนต่อนั้น คือสายงานที่เราชอบจริงๆ แต่เรียนต่อเพื่อซื้อเวลาที่จะต้องตัดสินใจให้เลื่อนออกไปเรื่อยๆ เท่านั้น ด้วย 8 สัญญาณต่อไปนี้ จะทำให้เราตอบคำถามที่อยู่ในใจได้ว่าเราควรจะหยุดเดินเพื่อเปลี่ยนเส้นทางใหม่ หรือเดินต่อไปในเส้นทางนี้อย่างมั่นคง 1 ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังทำงานอยู่ “การทำงานของเราจะเติมเต็มพื้นที่ส่วนใหญ่ของชีวิต วิธีเดียวที่จะทำให้เราเจอกับความพึงพอใจอย่างแท้จริงคือการทำในสิ่งที่ตัวเราเชื่อว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และวิธีเดียวที่จะทำให้ผลงานของเราออกมาดีเยี่ยมคือเราต้องรักในสิ่งที่เราทำ หากเรายังไม่พบในตอนนี้ ให้ค้นหามันต่อไป เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ เมื่อเราเจอในสิ่งที่ใช่ หัวใจจะบอกเราเอง!” ถ้าชีวิตการทำงานของเรา ไม่ได้เป็น “งาน” มันเป็นวิถีของการมีชีวิตอยู่ การทำงานของเราสามารถสร้างไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการได้รวมไปถึงสร้างวิถีการทำงานของเราได้ดั่งใจ หากหลายครั้งที่เราหยุดถามตัวเองว่า “เดี๋ยวนะ! นี่ฉันกำลังทำงานนี้อย่างจริงจังอยู่หรือเปล่าเนี่ย?” เราแทบจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างการทำงาน การเล่นและการใช้ชีวิตออกจากกันได้ ทุกสิ่งที่เราทำมันเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามวิสัยทัศน์ของเรา นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังมาถูกทางแล้ว 2 สอดคล้องกับทัศนคติ ชีวิตการทำงานของเราเป็นส่วนขยายความเชื่อและมุมมองส่วนตัวของเรา เรากำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์เพราะเราทำในสิ่งที่สอดคล้องกับความคิดของเราเองว่าเราเป็นใคร ต้องการทำอะไร การอยู่ในตำแหน่งนี้เป็นจุดที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจ ทำงานตามวิสัยทัศน์ เราสามารถทำงานได้อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งและเป็นจริง การทำเช่นนี้จะทำให้โลกของเรามีชีวิตที่ดีและสวยงาม 3 ยินดีที่จะพบเจอ Passion (ความหลงใหล) มาจากคำศัพท์ภาษาละตินว่า Pati หมายถึง “ประสบพบเจอ” ชีวิตการทำงานของเรามีค่าน้อยมากถ้าเทียบกับความรัก ความหลงใหลและความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน การเดินทางจะมีความท้าทายตลอดเวลา และเราไม่เคยคิดจะพ่ายแพ้ต่อมัน เราจะทนต่อความยากลำบาก การถูกปฏิเสธ การเสียสละ อุปสรรคเหล่านี้จะกระตุ้นให้เราทำการใหญ่ยิ่งขึ้น ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับการเรียนรู้และเจริญเติบโต มองเห็นคุณค่าของความลำบากนั้นเป็นช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุข 4

Read more

เด็กแคนาดาวัย 14 พบวิธี แฮกตู้ ATM จากอินเตอร์เน็ต

Matthew Hewlett และ Caleb Turon 2 หนุ่มน้อยวัย 14 ปีจากเมือง Winnipeg ในแคนาดา คิดค้นวิธีข้ามขั้นตอนระบบรักษาความปลอดภัยตู้ ATM ของ Bank of Montreal โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ใช้ความรู้ด้านการเขียนโค้ดหรือทักษะคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอะไรเลย ดูแค่คู่มือการใช้งานตู้ ATM ที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตเท่านั้น สื่อ Edmonton Journal รายงานว่า ทั้งคู่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาคู่มือการใช้งานตู้ ATM ของธนาคาร Bank of Montreal ในขณะที่นั่งในร้านขายของ พวกเขาค้นพบวิธีในการเปลี่ยนโหมดใช้งานทั่วไปให้กลายเป็นโหมดผู้ดูแลได้ด้วยการใส่รหัสผ่าน default system แต่ถือว่าเป็นโชคดีของธนาคารที่เด็กทั้งสองคนนี้ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขโมยเงินจากตู้หรือติดตั้งซอฟท์แวร์เพื่อดักจับขโมยข้อมูลจากบัตรของผู้ใช้คนอื่นๆ เมื่อพวกเขาแฮกตู้เอทีเอ็มได้สำเร็จ ก็เปลี่ยนหน้าจอต้อนรับให้กลายเป็นการแจ้งเตือน ว่าให้ไปใช้ตู้อื่น ตู้นี้ถูกแฮกแล้ว สิ่งแรกที่พวกเขาทำหลังจากนั้นก็คือแจ้งธนาคารสาขาที่รับผิดชอบถึงช่องโหว่นี้ บทสรุปของเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากกกว่าน่ากลัว แต่ก็อาจจะทำให้หลายคนหมดตัวได้ถ้าช่องโหว่นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว

Read more

ส่องพฤติกรรมอัจฉริยะโลก พวกเขามีนิสัยดีนิสัยเสียอย่างไรบ้าง?

เราเคยได้ยินทริคมากมายในการพัฒนาสมอง เรียนให้เก่ง อาหารเสริมไอคิว บลา บลา บลา อย่ามัวแต่ฟังแต่ทริคอยู่เลย ลองมาดู Facts ว่าจริงๆ แล้วเหล่าอัจฉริยะของโลกเขามีนิสัยและตัวตนอย่างไร Online-PHD-Programs.org ทำการวิจัยเชิงสำรวจถึงพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีต่อของเหล่าอัจฉริยะและพบว่า พวกมีไอคิวสูงมีแนวโน้มจะวางเป้าหมายในชีวิตและอ่านหนังสือมาก พวกเขายังมีแนวโน้มจะดื่มหนักและทนทรมานจากความเป็นกังวล เพราะโลกไม่ได้มีด้านเดี๋ยว อัจริยะก็ไม่ได้บริสุทธ์และผ่องแผ้วอย่างที่เราเคยเห็นตามชีวประวัติสวยๆ ของพวกเขา ลองดูกันดีกว่าว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่คุณและพวกเขาน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ ใจความสำคัญ ไอคิวโดยเฉลี่ยของคนปกติอยู่ที่ 100 เหนือค่าเฉลี่ยนอยู่ที่ 115 อัจฉริยะ 140 อัจฉริยะไม่ธรรมดา 160 พฤติกรรมที่ดี พวกเขาเป็นพวกกัดไม่ปล่อย พวกเขาวางเป้าหมาย พวกเขาเป็นนักอ่านตัวยง พวกเขามีมาตรฐานทางจริยธรรมของตัวเอง พวกเขาคิดทบทวนความคิดของตัวเอง พฤติกรรมที่ไม่ดี พวกเขาชอบดื่มแอลกอฮอล์ พวกเขาลองยาเสพติด พวกเขานอนดึก พวกเขาเป็นพวกเครียด จำไว้ว่าแม้อัจฉริยะจะมีนิสัยเสียสุดกู่บางอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าพวกคุณทำบ้างแล้วจะฉลาดเหมือนพวกเขา! ที่มา : http://www.marketingoops.com

Read more

8 เฟซบุ๊คเพจในดวงใจคนทำงาน

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนทำงานที่น่าสนใจข่าวสารต่างๆ เฟซบุ๊คเพจในดวงใจของคนทำงานเกือบทั้งหมดจะอยู่ในกลุ่มประเภทข่าวในรูปแบบ ต่างๆ รวมถึงโปรโมชั่นการเดินทางและที่พักราคาประหยัด แต่ที่แปลกคือคนทำงานยังคงชื่นชอบติดตามข่าวสารของแมวในเพจทูนหัวของบ่าว และศิลปินเกาหลีอย่าง 2NE1 ซึ่งเป็นเพจศิลปินดาราอีกด้วย ที่มา : marketeer.co.th

Read more

ไปดูสำนักงานใหญ่ Coca-Cola’s ที่ Toronto จะซ่าจะเท่ขนาดไหน!

เฮดควอเตอร์ออฟฟิศของ Coca-Cola ตั้งอยู่ย่านดาวน์ทาวน์ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา มีเนื้อที่รวมประมาณ 100,000 ตารางฟุต ออกแบบโดยบริษัท figure3โดยทีมผู้ออกแบบตั้งใจออฟฟิศของ Coke บาลานซ์พื้นที่ทำงานส่วนตัว พื้นที่พบปะของพนักงาน พื้นที่สำหรับประชุมระดมความคิดให้ลงตัวมากที่สุด และยังสอดแทรกความ Coca-Cola ให้กับพนักงานในทุกๆ ด้วยดีไซน์และการตกแต่งของที่นี่       Source: officesnapshots.com Design: figure3 Photography: Steve Tsai Photography ที่มา : http://marketeer.co.th

Read more

ความลับที่ไม่ลับ ของ Google และ Youtube

ท้าพิสูจน์! กับ ความลับที่ไม่ลับ ของ Google และ Youtube 16 วิธีที่จะทำให้เพื่อนๆ แปลกใจ และตื่นตากับความมหัศจรรย์ ที่รับรองว่าไม่รู้มาก่อนแน่ๆ ถ้าพร้อมแล้ว ไปลองเล่นกันเลยค่ะ   ความลับที่ไม่ลับ ของ Google และ Youtube เริ่มด้วย 12 สิ่งมหัศจรรย์ความลับที่ไม่ลับจากเว็บที่เราโคตรคุ้น จนบางคนถึงขนาดเรียกว่าเป็นด็อกเตอร์กูรูกับเว็บนี้  >> GOOGLE << 1. ลองพิมพ์คำว่า zerg rush ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google (แนะนำ เสิร์ทเรียบร้อยแล้ว ลองคลิกตัวโอที่วิ่งไปวิ่งมาดู) 2. ลองพิมพ์คำว่า tilt ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google 3. ลองพิมพ์คำว่า do a barrel roll ลงในช่องค้นหา แล้วกด ค้นหาด้วย Google 4. ลองพิมพ์คำว่า elgoog ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย 5. ลองพิมพ์คำว่า google rainbow ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย 6. ลองพิมพ์คำว่า lol limewire ลงในช่องค้นหา แล้วกด ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย 7. ลองพิมพ์คำว่า google sphere ลงในช่องค้นหา แล้วกด

Read more

แต่งห้องน้ำ ชุดสุขภัณฑ์คลาสสิค ภายในพื้นที่น้อยนิด

แต่งห้องน้ำ สุขภัณฑ์ห้องน้ำ ดีไซน์ สไตล์คลาสสิค แบบห้องน้ำ ห้องนี้ มีขนาดพื้นที่แค่เพียงเล็กน้อย แต่สามารถจัดตกแต่งได้อย่างลงตัว มีการแยกส่วนแห้ง และส่วนเปียก ส่วนที่ใช้ในการอาบน้ำ เป็นฝักบัวทองแดง ไม่มีอ่างอาบน้ำ ทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยไปได้เยอะกั้นห้องอาบน้ำด้วยกระจก น้ำไม่กระเด็นออกมาภายนอก ส่วนแห้งนั้น ปูพื้นด้วยไม้  เคาเตอร์อ่างล้างหน้าเป็นตู้ไม้ใส่ของได้  มีลักษณะเหมือนตู้โบราณ ก๊อกน้ำทองแดง กระจกเงากรอบไม้ดูงดงาม ชักโครกสีขาว ฝาปิดไม้ เข้ากันได้อย่างดีกับของตกแต่งชิ้นอื่นบุผนังด้วยกระเบื้องสองสี ครึ่งบนเป็นกระเบื้องสีขาว ปูแบบข้าวหลามตัด ส่วนครึ่งล่าง ใช้กระเบื้องสีเขียวธรรมดา มีกระเบื้องลวดลายดอกไม้แบ่งครึ่งระหว่างกระเบื้องทั้งสองสี  ความสวยงามจากไม้ ผสมผสานกับทองแดง ให้บรรยากาศของความเก่า อีกทั้งสามารถจัดสรรพื้นที่ ตกแต่งได้อย่างลงตัว ห้องน้ำขนาดเล็ก จึงดูโปร่ง ไม่อึดอัดอีกด้วย ออกแบบตกแต่ง : Happy Irena       บทความโดย © : banidea.com ที่มา : banidea.com

Read more

เปลี่ยนตะเกียบ 64,000 คู่ เป็นภาพใบหน้าพระเอก “วิ่ง สู้ ฟัด

Hong Yi ศิลปินและสถาปนิกสาวชาวมาเลเซีย สร้างเซอร์ไพรส์ฉลองแซยิด (อายุ60) ให้แก่พระเอกนักบู๊ ‘เฉินหลง’ ตั้งใจทำภาพพอร์ตเทรดขึ้นจากตะเกียบ เพื่อมอบให้แก่เขาเป็นการฉลองวันเกิด Hong Yi ใช้ตะเกียบ 64,000 คู่ มัดรวมเป็นกำ ทำออกมาเป็นไซส์ขนาดต่างๆ เพื่อสร้างภาพใบหน้าเฉินหลงขึ้นมา โดยงานนี้พระเอก วิ่ง สู้ฟัด เดินทางมาชมผลงานนี้ด้วยตนเองและร่วมถ่ายภาพ พร้อมแสดงเป็นส่วนหนึ่งในคลิปขั้นตอนการทำงานของสาวน้อยคนนี้อีกด้วย   ขอบคุณที่มาจาก : http://marketeer.co.th

Read more

7 เทคนิคคลายร้อน โดยไม่ต้องง้อแอร์ !

อากาศร้อนๆ นอกจากจะเหนอะหนะ อาจจะทำให้หงุดหงิด หมดมู้ดจะเรียน หรือทำงาน ยิ่งเวลานอนก็อาจจะนอนไม่หลับ ซึ่งโดยทั่วไปก็มักจะเปิดแอร์ดับร้อน แต่พอถึงสิ้นเดือนก็ต้องตกใจกับค่าแอร์ วันนี้ Eduzones มีเทคนิคดีๆ เย็นได้ คลายร้อน โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ มาฝากกันค่ะ 1. ทำตัวให้เย็น… ดื่มน้ำบ่อยๆ จะช่วยทำให้ร่างกายของคุณเย็นขึ้น พยายามดื่มน้ำทุกๆ ชั่วโมงอย่างน้อย 8 ออนซ์ อาจจะเพิ่มใบสะระแหน่ เปลือกส้ม มะนาว ลงไปในน้ำจะช่วยให้สดชื่นขึ้น แช่ข้อมือของคุณในน้ำเย็น ข้างละ 10 วินาที โดยวิธีนี้จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของคุณได้ประมาณ 10 ชั่วโมง แช่เท้าของคุณในถังน้ำเย็น ความเย็นจะแผ่กระจายไปยัง มือ เท้า ใบหน้า และหู เพื่อระบายความร้อน 2. สวมเสื้อผ้าคลายร้อน การเลือกเสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อน ควรเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตจากใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าลินิน จะทำให้คุณรู้สึกเย็นขึ้นกว่าผ้าที่ทำมาจากใยสังเคราะห์ และควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อนๆ เพราะเสื้อผ้าสีเข้ม จะดูดแสงและเก็บความร้อนได้ดีกว่า แนะนำให้สวมเสื้อผ้าสีขาว เพราะจะช่วยสะท้อนแสงได้ดีที่สุด รวมทั้งไม่เก็บความร้อนอีกด้วย ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์และสถานที่ที่สามารถนุ่งน้อยห่มได้ อย่ารอช้า เพราะการใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือไม่ใส่อะไรเลย จะช่วยให้คุณรู้สึกเย็นสบายได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด หรือจะใส่เป็นชุดว่ายน้ำหรือชุดชั้นในอยู่บ้าน ก็ได้ ทั้งนี้ตรวจสอบความปลอดภัยให้ดีเสียก่อน 3. ทำความเย็นด้วยพัดลม เริ่มต้นด้วยการนำภาชนะใส่น้ำไปแช่ช่องฟรีซให้แข็ง จากนั้น นำน้ำแข็งที่ได้มาใส่ภาชนะใบใหญ่ ตั้งไว้หน้าพัดลม ไอเย็นจากน้ำแข็งกำลังละลายจะทำให้คุณเย็นสบายคล้ายแอร์เลยทีเดียว นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ละลายแล้วคุณยังสามารถนำมารีไซเคิลไปแช่แข็งได้ใหม่ ประหยัดทั้งไฟ ประหยัดทั้งน้ำ นอกจากนี้ วิธีการนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอร์คุณได้ด้วย ไม่ให้แอร์ของคุณทำงานหนักจนเกินไป และความเย็นที่ได้ไม่เย็นเจี๊ยบชื่นใจเหมือนการเปิดแอร์ 13 องศา

Read more

ใครอยู่หน้าคอมฯ เป็นเวลานานๆ ดูแลสายตาด้วยสูตร 20-20-20

วิถีชีวิตยุคใหม่ที่มีแสงจากหน้าจอสี่เหลี่ยม ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และจอแสงต่างๆ ทำให้การดำเนินชีวิตของคนเราเสี่ยงต่ออันตรายมากยิ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ภาคี ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอแว่นกรุ๊ป เปิดเผยว่า แนวโน้มปัญหาด้านสายตาที่พบ “ช่วงวัยรุ่น” วัยเรียน ประสบปัญหาสายตาสั้น เอียง กลุ่มนี้จะตัดแว่นเฉลี่ยปีละครั้ง เพราะสายตายังไม่คงที่ แก้ไขด้วยการใส่แว่นทำงาน “วัยทำงาน” ประสบปัญหาเรื่องสายตาสั้น เอียงและในกลุ่มนี้มักพบปัญหาเมื่อยล้าเนื่องจากการทำงานหน้าจอ เป็นเวลานาน ส่งผลให้การมองไกลไม่ชัดชั่วคราว ตัดแว่นเฉลี่ยปีละ 1-2 ครั้ง พญ.วิลาวัณย์ พวงศรีเจริญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขสายตา เปิดเผยข้อมูลว่า ยุคนี้ควรให้ความสำคัญกับสายตา ตรวจครั้งแรกตั้งแต่ก่อนวัยเรียน 3 ขวบเป็นต้นไป เพราะเด็กยุคใหม่จะมีปัญหาเรื่องสายตาขี้เกียจร่วมด้วย ควรรับรู้และกระตุ้นการทำงานเสียแต่เนิ่นๆ วิถียุคใหม่ ทั้งเรียน ทำงาน ทำให้ปฏิเสธเทคโนโลยีได้ยาก คุณหมอแนะนำ สูตรสำหรับการถนอมสายตาของตัวเอง 20-20-20 ป้องกันอาการตาแห้ง ซึ่งจะส่งผลให้ระคายเคือง ตาอักเสบ ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นเพราะใช้สายตานานๆ “ให้นั่งทำงานแค่ 20 นาที พักสายตา 20 นาที เช่น ไม่มองจอ หลับตา มองระยะไกลที่มีสีเขียว สีฟ้า เพราะให้ความรู้สึกสบาย มองไกลไปสัก 20 ฟุต โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง จะเป็นระยะที่สบายมาก แล้วกลับมาทำงานใหม่ กรณีสายตาล้า อย่าฝืน ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้เปลี่ยนโฟกัส ลุกออกไปทำโน่นนี่ก่อน พร้อมหมั่นตรวจสายตาปีละครั้ง ถ้ามองไม่ชัดแล้ว ควรใส่แว่นสายตา ป้องกันอาการสั้นและเอียงรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร ผักห้าสี ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

Read more

ทำไมโรงเรียนในญี่ปุ่น ถึงให้เด็กๆ เดินไปโรงเรียนกันเอง!?

เพื่อนๆ คงเห็นจากทั้งการ์ตูน ละคร และภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่ส่วนใหญ่เด็กๆ นักเรียนจะเดินไปโรงเรียนกันเอง ซึ่งเราก็เห็นกันจนเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว แต่ว่าสาเหตุที่แท้จริงมันคืออะไร เรามาเฉลยกันดีกว่า ซึ่งสาเหตุ รวมถึงข้อดีที่วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น ส่งเสริมการให้เด็กเดินไปโรงเรียนก็มีดังนี้ – แก้ปัญหาจราจรยามเช้า รถไม่ไปติดกันอยู่แถวหน้าโรงเรียน – พ่อแม่ผู้ปกครองก็ลดภาระลง ไปทำงานอย่างสบายใจขึ้น – เด็กในละแวกเดียวกันได้ทำความรู้จักกัน เด็กโตจะได้ช่วยเหลือเด็กเล็ก พากันไปโรงเรียนด้วยกัน – นั่นทำให้ส่งเสริมความรับผิดชอบในเด็กโต พวกเขาจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น – ให้รู้จักตรงต่อเวลา ถ้าใครช้ากลุ่มเพื่อนก็จะรออยู่หน้าบ้านจนกว่าจะได้ไปด้วยกัน เด็กก็จะตั้งใจตรงเวลามากขึ้น – สอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม ความสามัคคี ที่จะส่งผลถึงชีวิตการงานในอนาคต นอกจากนี้ บางครั้งเราอาจจะเห็นตัวแทนผู้ปกครอง ครู หรือคนแก่ที่ว่างๆ มาคอยยืนตามสี่แยก ทางข้ามถนน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ คิดแล้วก็เป็นวัฒนธรรมที่น่าทำตามอยู่นะ เป็นการปลูกฝังเด็กๆ ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยได้ในอนาคต น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างจริงๆ   ที่มา : becteroradio.com

Read more

10 ประเทศที่โดนกีดกัน ไม่ให้เล่น ‘เฟซบุ๊ก’

เมื่อ วานนี้เกือบเป็นอีกวันแล้วนะครับ ที่ประวัติศาตร์จะต้องจารึกว่า อาจเกิดเหตุโกลาหลจลาจล ที่ประเทศก็เป็นได้นะครับ แต่เหตุครั้งนี้หาใช่มาจากเรื่องการเมืองหรืออะไรแต่อย่างใด แต่เป็นเหตุมาจากการเล่น facebook ไม่ได้ ฮ่าๆๆ โดยเมื่อวันที่ 28 พ.ค. มีรายงานว่า กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อช่วงเวลา 16.00 น.วันนี้ ผู้ใช้งาน “เฟซบุ๊ก” ในประเทศไทย ไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานถึง 40 นาที ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่า ตลอด 10 ปี ของการเกิดสังคมออนไลน์แห่งนี้ มีประเทศไหนที่ไม่เคยใช้งาน หรือ เคยมีโอกาสได้ใช้งาน แต่ปัจจุบันสิทธิ์นั้นได้หายไปแล้ว รวมทั้งเกิดเหตุการณ์ผิดปกติบ้างกับผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก อันดับ 1 : เกาหลีเหนือ เริ่มต้นกันที่ประเทศเกาหลีเหนือ ที่ไม่เคยเปิดให้ใช้ เพราะเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนใช้อินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ใช้เครือข่ายอินทราเน็ตที่ผ่านการจัดสรรคัดกรอง เนื้อหาโดยรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ที่เรียกว่า Kwangmyong อันดับ 2 : อิหร่าน ประเทศอิหร่าน บล็อกการใช้งานตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2009 จนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลด้านการเมือง กลัวว่าจะเกิดการรวมตัวกันของฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐบาลผ่านสื่อออนไลน์ อันดับ 3 : จีน ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน บล็อกตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2009 หลังจากการจลาจลในอูรุมซี จนถึงปัจจุบัน ต่อมาในเดือนกันยายน หลังปี 2013 เปิดให้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ชื่อ Weibo ใช้แทน ส่วน เฟซบุ๊ก ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะให้ได้เฉพาะเขตการค้าเสรีเซียงไฮ้ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง อันดับ 4 :

Read more

ศิลปินผู้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม คาดว่าชาติที่แล้วเกิดเป็นนินจา

ศิลปินจีนนามว่า Liu Bolin กับผลงานการพรางตัวแบบขั้นเทพ โดยภาพถ่ายของเขาที่ไปปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆนั้นดูกลมกลืนอย่างน่าทึ่งที เดียว สำหรับลงานของเขานั้นเป็นภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเพนท์ตัว เองให้ดูกลมกลืนไปกับสถานที่ต่างๆ ซึ่งเขาเริ่มงานนี้มาตั้งแต่ปี 2005 และภาพถ่ายที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ดูผ่านๆเผินๆแล้วอาจจะไม่ได้สังเกตว่าเขา แอบหลบอยู่ตรงไหน ดูๆไปแล้วคล้ายกับพวกนินจาที่เราเคยเห็นในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ที่สามารถทำ ตัวกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมเพื่อหลบศัตรูอย่างไงอย่างงั้น   บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite ขอบคุณ >>> http://www.techxcite.com ที่มา : galerieparisbeijing ศิลปินผู้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม คาดว่าชาติที่แล้วเกิดเป็นนินจา

Read more

รวมวิดีโอจากงานเปิดตัว YouTube ประเทศไทย

จากงานเปิดตัว YouTube ประเทศไทยในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2014 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน YouTube ได้จัดทำวิดี 3 ชิ้นเพื่อการเปิดตัว YouTube ประเทศไทยโดยเฉพาะ โดยได้เชิญ ศิลปิน คนดัง ดารา นักร้อง มาร่วมแสดงความยินดีกันมากมาย  ซึ่งเป็นวิดีโอที่ทาง YouTube ใช้เปิดตัวในวันงานที่ผ่านมา Welcome YouTube to Thailand สรยุทธจากเรื่องเล่าเช้านี้, ใบเตยอาร์สยาม, บอย โกสิยพงษ์, G-Twenty, นักแสดงจากฮอร์โมน, เสือร้องไห้, VRZO, Room 39, Spokedark TV ต่างมาแสดงความยินดีในแบบของตนให้กับ YouTube อย่าง Exclusive สุดๆ     ขอ 3 คำให้ YouTube ประเทศไทย อันนี้ฮาดี  เป็นไอเดียจาก VRZO ให้เหล่าแฟนเอ่ย 3 คำให้กับ YouTube     เสือร้องไห้ – YouTube Rewind ร่วมย้อนรำลึกถึงวิดีโอที่มียอดวิวเป็นล้านๆ วิวที่ผ่านมาของ YouTube ที่คนไทยให้ความสนใจ     ที่มา : http://www.marketingoops.com    

Read more

Sony ฟื้น ‘เทปคาสเซ็ท’ จุได้ถึง 47 ล้านเพลง

Sony ฟื้น ‘เทปคาสเซ็ท’ จุได้ถึง 47 ล้านเพลง ​การฟังเพลงผ่านเทปคาสเซ็ตเคยได้รับความนิยมมาก แต่พอยุคสมัยเปลี่ยน มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ ทำให้เทปคาสเซ็ทถูกลดความนิยมไป ล่าสุด Sony เตรียมฟื้น “เทปคาสเซ็ท” ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และครั้งนี้จะมีความจุมากถึง 47 ล้านเพลง Sony ประกาศในงาน International Magnetic Conference หรือ Intermag ที่ประเทศเยอรมนี ว่าได้ร่วมมือกับ IBM เปิดตัวเทปคาสเซ็ทรุ่นใหม่ จุข้อมูลได้มากถึง 185 เทราไบต์ โดยใช้เทคโนโลยี Sputter Deposition ในการใส่ความจุขนาดนี้ ลงในฟิล์มเทปหรือแถบแม่เหล็กในม้วนเทป ซึ่งจะรองรับการแบ็คอัพข้อมูลได้สูงเทียบเท่ากับการบรรจุหนังแผ่นบลูเรย์ ที่มีความจุ 50 GB ต่อ 1 แผ่น ได้มากถึง 3,700 เรื่อง หรือเทียบเท่ากับเครื่องเล่น iPod Classic จำนวน 1,184 เครื่องรวมกัน ซึ่งประมวลแล้วสามารถบรรจุเพลงได้ถึง 47.3 ล้านเพลง สมัยก่อนการฟังเพลงผ่านเทปคาสเซ็ตเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 1990 เทปคาสเซ็ต มียอดจำหน่ายสูงถึง 442 ล้านม้วน แต่ทว่า การเติบโตของ CD , การกำเนิดของ Mp3 และการที่แผ่นไวนิลกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ทำให้ในปี 2007 ยอดจำหน่ายเทปคาสเซ็ท ลดเหลือเพียง 2 แสน 7 หมื่น 4

Read more

เมื่อฝรั่งอยากใช้ตะเกียบ และนี้คือ วิธีการใช้ตะเกียบแแบบขั้นเทพ!!

สำหรับคนไทยอย่างเราๆ คงคุ้นเคยกับการใช้ตะเกียบกันเป็นอย่างดี ซึ่งเราโตมากับการใช้ตะเกียบเป็นเรื่องปกติกันอยู่แล้ว แต่คุณคงเคยเห็นว่าชาวต่างชาติโดยเฉพาะฝรั่ง เขาแทบจะใช้ตะเกียบกันไม่เป็นเลย และถือเป็นเรื่องยากสุดๆ ไปเลยล่ะ ในเมื่อการใช้ตะเกียบมันยุ่งยากนัก นี่คือวิธีการที่ฝรั่งเขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ใช้ตะเกียบได้ บอกเลยว่าขั้นเทพสุดๆ หากใครที่ยังใช้ตะเกียบไม่เป็น เราขอแนะนำให้คุณทำตามคลิปนี้เลย! เรียบเรียงโดย : boxza.com ที่มา : boxza.com

Read more

การใช้ยาเลื่อนประจำเดือน….ที่ถูกต้อง

  เชื่อว่ามีสาวๆจำนวนไม่น้อยที่กังวลใจเกี่ยวกับการมีประจะเดือน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สำคัญ หรือเทศกาล บางครั้งก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนไกลๆ ฯลฯ จึงส่งผลทำให้ยาเลื่อนประจำเดือนจึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องการนั้นเอง ดังนั้นในวันนี้เพื่อเป็นการช่วยสาวๆเราจึงมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ “ยาเลื่อนประจำเดือน” ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปนั้นจะเป็นแบบที่เป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจน หรือฮอร์โมนโปรเจสโตโรน ซึ่งเมื่อสาวๆทานยานี้ไปแล้วจะสามารถช่วยยืดเวลาให้รอบเดือนช้าออกไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยยาดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการเลื่อนประจำเดือนออกไปได้นั้น ก็เนื่องมาจากในช่วงก่อนการมีประจำเดือนระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายของสาวๆจะลดลง ส่งผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีการหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน ดังนั้นเมื่อทานยาเลื่อนประจำเดือนไป จะสามารถช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายสาวๆไม่ลดลง จึงทำให้การมีรอบเดือนจึงถูกเลื่อนออกไปนั่นเอง นอกจากนี้ ในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน อาจจะใช้เป็นยาคุมแบบธรรมดาก็ได้ แต่ยาคุมประเภทนี้จะไม่นิยมใช้ป้องกันการมีบุตร เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพร่างกายกว่า หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้มีอาการเลือดออกกะปริดกะปรอย รอบเดือนแปรปรวน จึงไม่แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ สำหรับวิธีการในการใช้ยาเลือนประจำเดือนอย่างปลอดภัยนั้น จะต้องทานยาล่วงหน้าก่อนมีประจำเดือนอย่างน้อย 4-5 วัน หรือประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากถ้าทานในช่วงเวลาใกล้มีประจำเดือน อาจจะทำให้ไม่ได้ผลในการเลื่อนรอบเดือนออกไป ทั้งนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงยาประเภทลดกรดในกระเพาะอาหาร เพราะจะส่งผลทำให้การดูดซึมยาลดลง ทำประสิทธิภาพของยานั้นลดลงไปด้วย วิธีการในการทานให้ทานยาวันละ 2 เม็ด ตอนเช้าและตอนเย็นติดต่อกันในขนาดที่กำหนด แต่จะต้องไม่เกิน 10-14 วัน เนื่องจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย และรอบเดือนมาผิดปกติได้ หลังหยุดยาแล้วประจำเดือนจะไม่มาในทันที ส่วนในกรณีที่สาวๆมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่กินยาเลื่อนประจำเดือนอยู่นั้น จะทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์น้อยกว่าปกติ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้นะค่ะ ทางที่ดีหากมีเพศสัมพันธ์ก็ควรที่จะใช้ถุงยางอนามัยป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วยจะเป็นการดี แถมยังสามารถช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย แต่ถ้าหากต้องการเลื่อนประจำเดือนไปพร้อมกับการคุมกำเนิด ก็ให้ทานทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด ก็สามารถทำได้ด้วยการทานโดยไม่ต้องเว้นหรือหยุดยา จะเป็นการช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์และเลื่อนประจำเดือนได้ไปพร้อมกัน แต่ในกรณีที่เลือกรับประทานยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด ให้ทานยาคุมกำเนิดไป 21 เม็ดแล้ว ให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ได้ โดยไม่ต้องทานที่เหลือ 7 เม็ดในแผงเดิม เนื่องจากยา 7 เม็ดที่เหลืออยู่ในแผงนั้นไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน และในสาวๆที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อหยุดทานยาประจำเดือนก็จะมาตามปกติภายในระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน

Read more

แอปใหม่จากกูเกิ้ล ! “Word Lens” แค่ถ่ายภาพก็แปลแล้ว

Google Translate App อัพเดทฟีเจอร์ “Word Lens” แค่ถ่ายภาพก็แปลแล้ว ในที่สุดขาใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีโลกอย่าง Google ก็ได้ฤกษ์ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง “Word Lens”ออกมาอย่างเป็นทางการ สำหรับฟีเจอร์ “Word Lens” นั้นเรียกได้ว่าน่าสนใจมากทีเดียวครับ ด้วยความสามารถใหม่ล่าสุดที่ทำการดึงกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน เข้ามาใช้งาน รวมกับแอพพลิเคชั่น Google Translate นั้นเอง ลักษณะการทำงานก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายเพียงแค่ต้องทำการโหลด Google Translate App เวอร์ชั่นล่าสุดทั้งในระบบAndroid และ iOS มาไว้ในเครื่องก่อน หลังจากนั้นหากคุณต้องงการที่จะแปลข้อความอะไรก็ตามที่สนใจ อย่างป้ายบอกทาง , เมนูอาหาร คุณก็เพียงแค่ถ่ายภาพนั้นหลังจากนั้นแอพพลิเคชั่น Google Translate ก็จะทำการแปลข้อความนั้นให้ทันที และข้อดีอีกอย่างที่พิเศษนั้นคือ มันสามารถแปลเอกสารหรือข้อความได้โดยที่ไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ทแต่อย่างใด ในตอนนี้นั้น ฟีเจอร์ Word Lens ยังคงรองรับเพียงบางภาษา ซึ่งได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, โปรตุเกส, รัสเซีย และภาษาสเปนเท่านั้น แต่เชื่อว่าอีกไม่นานภาษาอื่นๆ คงมีการอัพเดทเพิ่มเติมอย่างแน่นอน!! หากใครสนใจก็สามารถโหลดมาลองเล่นกันได้นะครับ ข้อมูลจาก- androidandme และ sanook ที่มา: Postjung

Read more

ต้องลอง !! 12 ของขวัญวันวาเลนไทน์.. ให้สาวๆปลื้มสุดๆ

ว้าววว! ใกล้ถึงวัน วาเลนไทน์ แล้ว หาของให้คู่รักกันหรือยัง? เพราะวันนี้ก็เป็นวันแห่งความรัก วันพิเศษอย่างนี้ ก็ไม่พลาดที่ต้องหาของมาเซอร์ไพร์ส งั้นเรามาดูกันเลยว่า ของขวัญแบบไหนบ้าง? ที่มอบให้แฟนแล้ว จะ รัก รัก รัก ไม่รู้ลืมเลย 1.ช็อคโกแลต ช็อคโกแลตเป็นของกินที่หาซื้อได้ง่าย เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์อีก 1 อย่างที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะนิยมให้หญิงสาวแล้ว ยังให้ความอร่อยได้ด้วย แค่เติมความหวาน ให้พิเศษกว่าเดิม ด้วยช็อคโกแลตรูปหัวใจ หรือเขียนข้อความบนช็อคโกแลตก็เพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ ไปอีกแบบ 2.ดอกไม้ หรือ ช่อดอกไม้ ดอกไม้เป็นของขวัญคลาสสิค ขาดไม่ได้เลย สำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์อย่าง เช่น ดอกกุหลาบ เพราะผู้หญิงจะเป็นปลื้มมาก เมื่อได้รับดอกไม้จากจากคู่รักของตัวเองและ ดูโรแมนติก เพิ่มความพิเศษจากเป็นช่อ มาปลูกเป็นต้น ยกมาเซอร์ไพร์สเป็นกรถางเลยก็ได้ คุ้มค่า คุ้มราคา แถม ไม่เหี่ยวด้วย   ^_^ 3.ตุ๊กตา ของขวัญชิ้นนี้เป็นอีก 1 ชิ้นที่วันวาเลนไทน์จะขาดไม่ได้เลย อย่างเช่น ตุ๊กตาหมี หรือจะเป็นหมอนรูปหัวใจก็ได้ เพิ่มความพิเศษในวันวาเลนไทน์ นำไปเป็นของสะสม หรือตั้งไว้บนหัวเตียง จะได้นึกถึงคนรักได้ตลอดด้วย 4.นาฬิกา ของขวัญชิ้นนี้ ต้องดู Lifestyle ของคู่รักของคุณด้วย เพราะของขวัญชิ้นนี้เป็นอีก 1 ความพิเศษที่เหมาะกับวันวาเลนไทน์ ถ้าผู้หญิงชอบใส่ด้วยแล้ว ลองแอบสืบแนวที่ชอบด้วย เช่น สีสัน การดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน จะช่วยให้นาฬิกาอยู่ได้นาน ถ้าซื้อถูกใจ ผู้หญิงจะใส่ของขวัญชิ้นนี้มาให้คุณเห็นอยู่บ่อยๆ 5.ขวดโหลพับดาวสื่อรักแทนใจ หรือ ของ D.I.Y น่ารักๆ

Read more

ซึ้งสุด! หมาน้อยเดินหาโรงพยาบาลที่ “เจ้าของ” รักษาอยู่จนเจอ

ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะ “ความรัก” หรือ “ความบังเอิญ” แต่เจ้าหมาน้อย Schnauzer ตัวนี้ เดินมาจนถึงโรงพยาบาลใน Cedar Rapids, Iowa ที่ซึ่ง “เจ้าของ” ของมันรักษาตัวจากโรคมะเร็งอยู่ที่นี่ แต่ที่แปลกที่สุดคือ ไม่ใช่โรงพยาบาลใกล้ๆ บ้านนะ แต่เป็นโรงพยาบาลที่ห่างออกไปถึง 20 บล็อกเลยล่ะ และนี่คือแผนที่จากบ้าน ไปยังโรงพยาบาล ที่ไม่รู้ว่า มันเดินมาเจอได้ยังไง! สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล จับภาพสุนัขเดินเข้ามาในประตูที่เปิดปิดอัตโนมัติของโรงพยาบาล และวิ่งไปวิ่งมา ซึ่งหลังจากการตรวจสอบนั้น สุนัขดังกล่าวชื่อว่า Sissy เป็นของ Nancy Franck วัย 64 ปี ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Mercy Medical Center เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากการผ่าตัด สามี ของเธอ Dale Franck วัย 66 ปี เป็นคนดูแลสุนัขในช่วงที่เธออยู่ที่โรงพยาบาล และน้องชายของเธอ Barney ก็มีสุนัขพันธุ์ Schnauzer อยู่ที่บ้านอีกตัวนึงเช่นกัน Dale เล่าให้ฟังว่า: “ดูเหมือนว่าในคืนนั้น มันพยายามจะหาแม่ของมันเจอให้ได้ แต่มันไม่รู้จะขึ้นลิฟต์ตัวไหน” เขาบอกว่า เขารู้ตัวว่า Sissy หายตัวไปในตอน 1.30 นาฬิกา กลางดึกของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา และเขากังวลมาก เขาเดินหาจนทั่ว ตะโกนเรียก Sissy! Sissy! ก็ไม่มีวี่แววเลย! และในที่สุด เขาก็ได้รับโทรศัพท์ตอน 5.30 นาฬิกา

Read more

ประหลาดสุดๆ 10 อันดับพลังลึกลับของมนุษย์ที่คุณยังไม่รู้!!

ในโลกยังมีสิ่งลึกลับอยู่มากมายที่วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังหาคำตอบไม่ได้ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อ ตำนาน ประเพณีโบราณต่างๆ ในที่นี้รวมถึงมนุษย์อีกด้วยว่ากันว่ามนุษย์บางคนมีพลังลึกลับเหนือธรรมชาติเช่นกันไปดูกันเลยดีกว่า อันดับที่ 10 Shamanism ชาแมนเป็นความเชื่อในเกี่ยวกับเรื่องหมอผีหรือคนทรงเจ้า ที่มีความสามารถในทางวิญญาณ โดยเชื่อว่ามนุษย์ที่เป็นหมอผีนั้นเป็นตัวสื่อสารกับวิญญาณของอีกโลกหนึ่ง โดยทั่วโลกมักมีหมอผีเหล่านี้มากมาย โดยมีชื่อเรียกหลายอย่างตามลักษณะของความสามารถประเทศ เช่น คนทรง มิโกะ องเมียว พ่อมด แม่มด โดยหมอผีนั้นจะเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและมีพลังจิตสูงที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ nอาจจะเป็นการให้วิญญาณเข้าสิง หรือให้วิญญาณชี้นำ โดยมีวัตถุประสงค์ต่างๆ นาๆ เช่น เพื่อให้วิญญาณสื่อสารกับญาติผู้ตายหรือคนที่รัก หรือจะเป็นการรักษาอาการเจ็บป่วย สามารถควบคุมสภาพอากาศ คาถาสาปแช่ง สามารถเดินทางได้ในโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ นรก และ สวรรค์ ฯลฯ อันดับที่ 9 Psychic Surgeons หมอศัลยกรรมพลังจิต เป็นหมอศัลยกรรมที่ทำการผ่าตัดโดยใช้เพียงมือเปล่าผ่าตัดผู้ป่วย โดยหมอจะเอามือเจาะเข้าไปร่างกายของผู้ป่วยล้วงที่สิ่งที่เป็นพยาธิสภาพ(วัตถุอินทริย์ในรูปของก้อนเนื้อร้ายหรือไม่ก็ของแปลกๆ อย่าง ของเหลวสีน้ำตาล) ในร่างผู้ป่วยออกมา แต่ที่มหัศจรรย์คือผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยและเลือดไหลไม่มาก(ซึ่งปกติแล้วเลือดน่าจะทะลักจนผู้ป่วยหมดสติ) เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จสิ้นจะไม่ปรากฏบาดแผลและแผนเป็นผ่าตัดในตัวผู้ป่วยแต่อย่างใด หมอศัลยกรรมพลังจิต พบมากในประเทศบราซิลและฟิลิปปินส์ในช่วง 1900 ที่ส่วนใหญ่เชื่อเรื่องภูตผี โดยผู้ป่วยจะมีความรู้สึกหรือเชิงลบต่อโรคและอาการเจ็บป่วย และเชื่อว่าตนถูกวิญญาณร้ายเข้าสิ่งโดยกลายเป็นวัตถุเหมือนแก้ว ทำให้หลายคนเชื่อเป็นเป็นปฏิกิริยาของยาหลอกมากกว่า ในโลกตะวันตกไม่ยอมรับวิธีการรักษาดังกล่าวและถูกตั้งว่าเป็นเรื่องหลอกลวงทางการแพทย์ ส่วนสมาคมโรคมะเร็งอเมริการะบุว่าการไม่มีหลักฐานว่าผ่าตัดพลังจิตดังกล่าวมีประโยชน์ใดๆ ในทางแพทย์อีกทั้งยังทำให้ผู้ป่วยละเลยต่อความช่วยเหลือต่อแพทย์สมัยใหม่และทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงของผู้ป่วย อันดับที่ 8 Spontaneous Human Combustion Spontaneous human combustion (SHC) หรือ”ปรากฏการณ์เผาไหม้ร่างมนุษย์” นี้หมายถึงการที่ร่างกายมนุษย์เกิดการลุกไหม้ขึ้นโดยไม่มีเชื้อไฟ โดยจู่ๆ ไฟก็ลุกท่วมตัวโดยไฟไหม้จากภายในร่างของมนุษย์ไม่ใช่ไหม้จากภายนอก จนร่างกายของผู้เคราะห์ร้ายถูกเผาไหม้ไปเกือบจะเป็นเถ้าถ่านหมดจด แต่กระนั้นก็ส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ไม่ถูกเผาไหม้เช่น มือ เท้า หรือเสื้อผ้า หลายร้อยรายที่เกิดปรากฏการณ์นี้ จะมีรูปแบบคล้ายๆ กันคือ โดยที่ตัวผู้เคราะห์ร้ายมักจะอยู่ในเคหะสถาน และบางครั้งจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมๆ ของควันในห้องที่เกิดเหตุ กรณีที่มีชื่อเสียงในปรากฏการณ์ดังกล่าวมีมากมาย เช่นกรณีของแมรี่ รีเซอร์ จีนนี่ แซฟฟิน ส่วนสาเหตุของปรากฏการณ์ ก็มีการสันนิษฐานไว้หลายอย่าง โดยเชื่อว่าในร่างกายคนเราก็มีไขมัน ที่ทำหน้าที่เป็นวัตถุที่ติดไฟได้ หรือว่าร่างกายเรามีก๊าซชนิดหนึ่งที่เรียกว่าก๊าซมีเธนในลำไส้ที่ทำปฏิกิริยาบางอย่างทำให้ลุกติดไฟ แต่กระนั้นปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว อันดับที่ 7 Fire Immunity and Fire Starter พูดถึงไฟก็ต้องนึกถึงความร้อน

Read more

ตามไปดูให้เห็นกับตา! มีอะไรใหม่ใน ‘โมบาย เอ็กซ์โป 2015′

เปิดงานวันแรก กับมหกรรมมือถือเจ้าประจำอย่างไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 แบรนด์มือถือและโอเปอเรเตอร์ตบเท้าเข้าร่วมงานคึกคัก จัดหนักทั้งลดราคาและโปรโมชั่น หวังเรียกเงินจากกระเป๋าผู้เข้าร่วมงาน… วนมาถึงเวลาเปิดม่านอีกครั้ง กับมหกรรมโทรศัพท์มือถือประจำปี “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป” ซึ่งเป็นครั้งที่ 20 ของการจัดงาน ซึ่งผู้จัดพยายามนำเสนอสินค้าหลากรุ่น หลายราคา แม้จะมีสินค้าตัวท็อปๆ ดังๆ มาเปิดตัวกันไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็มีทีเด็ดที่นำมาเปิดตัวและเปิดขายเป็นครั้งแรกภายในงานอยู่หลายรุ่นทีเดียว… มีอะไรน่าสนใจบ้าง “ไทยรัฐออนไลน์” จะพาคุณไปดู… นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานฯ เปิดเผยว่า ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แบรนด์มือถือได้ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพื่อเตรียมลุยตลาดในช่วงต้นปีนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกของตลาดมือถือที่กำลังฟื้นตัว ประกอบกับกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรงส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจสมาร์ทโฟนทั้งราคาระดับต้นและกลางมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตราคาต่ำกว่าหมื่นบาทถึงหมื่นต้นๆ เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยดึงดูดผู้บริโภคให้เปลี่ยนมือถือง่ายขึ้น จึงตั้งเป้าว่าการจัดงานครั้งนี้จะมียอดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 600,000 คน แล้วของใหม่ ของถูก หรือของน่าซื้อภายในงาน มีอะไรมาเปิดตัวกันบ้าง… เริ่มต้นที่… ขาประจำ “ซัมซุง” สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานนี้ ก็คือ ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต เอดจ์ (Samsung Galaxy Note Edge) มือถือขอบจอโค้งรุ่นแรกของซัมซุงซึ่งนำมาเปิดขายในประเทศไทยเป็นครั้งแรกภายในงาน ด้วยราคา 28,900 บาท ซึ่งทางซัมซุงการันตีว่าจะมีเครื่องจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของผู้เข้าร่วมงานอย่างแน่นอน… สำหรับกาแลคซี่ โน้ต เอดจ์นี้ มีหน้าจอโค้งบริเวณขอบด้านขวา (Edge Screen) ทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นช่วยให้การเรียกใช้แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยเป็นไปอย่างง่ายดาย เห็นการแจ้งเตือนต่างๆ หรือเรียกใช้งานบางคุณสมบัติซ้อนกันโดยไม่รบกวนการใช้งานบนหน้าจอหลัก มาพร้อมปากกา S Pen

Read more

“ ดีแทค” ได้ซีอีโอ คนใหม่ หลัง“ซิคเว่”นั่งรักษาการมา 6 เดือน

วันนี้(12ก.พ.) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ประกาศแต่งตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คนใหม่ คือ นายลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง (Lars-Ake Norling) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท DiGi.Com Berhad ประเทศมาเลเซีย โดยจะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค มีผลในวันที่ 1เม.ย.58 ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการสร้างให้ดีแทคกลายเป็นผู้นำในการให้บริการอินเทอร์เน็ต สำหรับ นายซิคเว่ เบรคเก้จะพ้นจากตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค และดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารเทเลนอร์ กรุ๊ป และเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดเทเลนอร์ เอเชีย ทั้งนี้นายซิคเว่จะยังคงดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการดีแทคต่อไปเช่นเดิม นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ ดีแทค กล่าวว่า ในฐานะของประธานกรรมการมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของดีแทค ซึ่งคุณลาร์สได้ผ่านขั้นตอนกระบวนการสรรหาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยคุณลาร์สจะได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีและการจัดการเชิงพาณิชย์จากสองประเทศทั้งสวีเดนและมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านการทำตลาดดิจิทัล คุณลาร์สจะมาอุทิศตนในการทำงานให้กับดีแทคเพื่อส่งมอบภารกิจสำคัญภายใต้กลยุทธ์ Internetfor All และพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล(DigitalEconomy )โดยคณะกรรมการได้แสดงความขอบคุณคุณซิคเว่อย่างซาบซึ้งในการปฏิบัติหน้าที่รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทคซึ่งคุณซิคเว่ได้ทุ่มเททำงานแสดงความมุ่งมั่นและตั้งใจในการสร้างแนวทางการดำเนินงานให้ดีแทคในวันนี้ “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสในการอุทิศตนทำงานให้กับดีแทคบนพื้นฐานของลูกค้าคนไทยในปัจจุบันดีแทคยังมีโอกาสเติบโตอีกมากผมรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับพนักงานและกรรมการบริษัทเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามกลยุทธ์ที่บริษัทตั้งไว้”นายลาร์ส กล่าว สำหรับนายลาร์ส เขาเริ่มงานกับดิจิ โดยการเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในเดือนสิงหาคม 57 โดยมีหน้าที่ดูแลบริษัทให้เจริญเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และตำแหน่งทางการตลาดของดิจิก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับดิจิ นายลาร์สดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเลนอร์ สวีเดน ตั้งแต่ปี52ถึงปี57 โดยก่อนหน้านั้นมีตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีระหว่างปี50ถึงปี 52นอกจากนี้แล้วนายลาร์สยังเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่งให้กับ Bredbandsbolaget ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศสวีเดนและที่บริษัทอีริคสัน ขณะที่นายซิคเ ว่เบรคเก้ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทคเมื่อเดือน ก.ย.57กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมาได้ตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับดีแทคนั่นก็คือการเป็นผู้นำในการให้บริการอินเทอร์เน็ตของประเทศโดยการสร้างและส่งมอบโครงข่ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับลูกค้าที่รักการใช้บริการข้อมูลเราจะบรรลุเป้าหมายอันแรงกล้านี้ของเราได้ด้วยการรุกขยายโครงข่ายสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการให้บริการและการปรับเปลี่ยนองค์กรของเราผมยังคงตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับทีมงานผู้บริหารดีแทคอย่างใกล้ชิดในการที่จะสร้างให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งของการให้บริการดิจิทัลในระดับแนวหน้า. ที่มา…….dailynews.co.th

Read more

เผยโฉมแมวอายุยืนที่สุด อายุเทียบได้กับคน 121 ปี

ภาพจาก lipstickalley.com ชมภาพแมวเหมียวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีอายุยืนยาวถึง 26 ปี เป็นสถิติล่าสุดของโลก เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 เว็บไซต์เมโทร เผยภาพเจ้า “ทิฟฟานี ทู” แมวเหมียวอายุมากที่สุดในโลก จากเมืองซานติเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีอายุยืนกว่า 26 ปี หรือเทียบเท่ากับมนุษย์อายุ 121 ปีเลยทีเดียว เจ้าทิฟฟานี่เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1988 แม้ว่ามันจะมีอายุยืนกว่า 26 ปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถเดินขึ้นลงบันไดภายในบ้านได้อย่างกระฉับกระเฉง เหมือนคนวัยหนุ่มสาวเลยทีเดียว ทั้งที่สภาพร่างกายจะเปรียบเหมือนคนแก่อายุ 121 ปีแล้วก็เถอะ ทั้งนี้ ตอนนี้เจ้าแมวเหมียว “ทิฟฟานี ทู” ได้รับการบันทึกสถิติใหม่จากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็นแมวที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก แทนที่สถิติเดิมที่แมวที่ชื่อ “ป็อปปี” ในประเทศอังกฤษ เคยทำเอาไว้อยู่ที่ 24 ปี ซึ่งเกิดในปี 1990 ดังกล่าว แถมยังจะมีโอกาสพังสถิติสูงสุดที่มีคนเอาไว้ ซึ่งทำไว้ถึงอายุ 38 ปี เลยทีเดียว หากยังไม่ตายเสียก่อน ที่มา……kapook.com

Read more
1 2 3 73